วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2563

กลไกตลาดไก่ชน

ตลาดไก่ชน
          การตลาดไก่ชนยุคนี้มันเป็นกลไกตลาดแบบทุนนิยมเต็มรูปแบบ คือเน้นการแข่งขันทุกรูปแบบ สินค้ามีหลายเกรดหลายราคาหลายแบรนด์




         1.สินค้าแบรนด์ดีแบรนด์หลักก็ขายอีกตลาดหนึ่งมองลูกค้าอีกระดับหนึ่ง ฟาร์มใหญ่ขายลูกไก่คู่ละ2-5หมื่นก็ขายได้ผลิตไม่พอจำหน่าย เขาขายไข่ใบละ400-600บาทต้องจองข้ามปีนั่นแสดงว่าราคาไก่ชนไม่เคยต่ำลงเลยแม้คนจะเลี้ยงมากขึ้น ผู้บริโภคเริ่มบริโภคสินค้าจากแบรนด์นี่คือมิติใหม่การบริโภค
        2.สินค้าแบรนด์รองเหมือนลูกฟาร์มของแบรนด์หลักก็ขายอีกราคาหนึ่งเน้นลูกค้าอีกระดับ อย่างสายสามเอี่ยว สายกระทิงใครๆ ก็มี สายหยกคีรี สายโกโก้ใครๆ ก็มี แต่จะตั้งราคาขายเหมือนแบรนด์หลักไม่ได้ ทั้งที่คุณภาพอาจเทียบกันได้หรือดีกว่าในบางรุ่นถ้ามีการพัฒนาที่ดี สาเหตุที่ราคาต่ำกว่าก็เพราะมันเป็นแบรนด์รอง เหตุผลมีเท่านี้
        3.สินค้าที่คุณภาพดั้งเดิมไม่พัฒนาตามกระแส เช่น พม่าสวนมะนาว พม่าแม่สะเรียง พม่าสายน้ำ ไก่เชิงตราด ไก่เชิงพนัส ก๋อยวังสวนกล้วย ก๋อยเพชรยืนยงฯลฯ มันก็ยังขายได้ แต่ราคาไม่หวือหวาแล้ว เพราะตลาดให้ความสนใจลดลงหันไปสนใจไก่พัฒนาตามกระแสมากกว่า
         4.สินค้าไม่มีแบรนด์ กลุ่มนี้เลี้ยงทั่วไปตามความเคยชิน ทั้งที่บางทีก็เอาสายพันธุ์มาจากสองสามกลุ่มบนมาพัฒนาแต่ขาดการประชาสัมพันธุ์ไม่สนใจทำตลาดเลยกลายเป็นสายบ้านๆ กลุ่มนี้จะขายตลาดสินค้าล่างเริ่มจากถูกๆ ไก่หนุ่ม300-1000บาท พอชนดีมีระดับราคาค่อยไต่เต้าขึ้นตามฝีมือและการเปลี่ยนมือ
         ทั้ง4แนวคือการตลาดไก่ชนปัจจุบัน การทำสินค้าให้ยังยืนในตลาดคือการสร้างแบรนด์ให้น่าเชื่อถือและดำรงคุณภาพคงเส้นคงวาต่อยอดและพัฒนาไม่หยุด...นั่นคือวิถีการตลาด ถ้าทำแต่แบรนด์เดียวกับวิธีคิดเดิมๆ ไม่นานก็ถูกคู่แข่งแซงไป...คนเล่นไก่เดิมๆ คงจำได้ 30ปีที่แล้วไก่ตราดและไก่พนัส คือทองคำ ราคาดีใครๆ ก็แสวงหา คือช่วง20ปีเมื่อพม่าและก๋อยพัฒนาขึ้นไก่พม่าและก๋อยกลายเป็นทองคำเงินทองหลั่งไหลขึ้นภาคเหนือ แต่เมื่อคนภาคเหนือมีการพัฒนาสายพันธุ์ช้า วันนี้ไก่สองสายนี้ถูกนำไปพัฒนาในภาคอื่นโดยเฉพาะภาคกลางภาคอีสานและภาคใต้(ประจวบฯราชบุรีโคราชกลายเป็นฐานใหญ่) ในที่สุดคนภาคเหนือก็ต้องสั่งไก่สองสายนี้กลับไปพัฒนาไก่ตนเอง..นี่คือการตลาด สินค้าทุกอย่างต้องไม่หยุดนิ่ง ไม่งั้นเจ๊ง
         ส่วนรายเล็กจะหานสู้รายใหญ่ก็ยาก เหมือนร้านค้าย่อยจะสู้เซเว่นมันยากนะ เพราะทุนน้อยคือข้อจำกัดสำคัญของการแข่งขันแบบทุนนิยม การชนแพงๆ คือการโฆษณาอย่างหนึ่ง ถ้าชน 20ล้าน ตัวแพ้ทำพ่อยังขายลูกได้เป็นหลายๆ ล้าน ส่วนเราชนพันร้อยค่าการตลาดมันก็เท่านั้นแหละครับ เพราะนี่คือทุนนิยม

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2563

กลากไก่

Image result for ขี้กลากไก่
คนเลี้ยงไก่ชนจะเจอปัญหาเดียวกันคือหน้าไก่เป็นกลาก ถ้าไม่รักษาก็ลุกลามไปทั่วตัวไก่ ขนจะหลุด ไก่จะสุขภาพอ่อนแอเพราะไม่ได้พักผ่อน ดังนั้นการรักษาโรคนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะมองข้ามไม่ได้
เชื่อว่าหลายท่านต่างก็มีสูตรยาสมุนไพร หรือ ยาเคมีภัณฑ์ ในการรักษาไก่ที่เป็นกลาก
ส่วนใหญ่แล้วยาที่ใช้ หรือสูตรที่รักษากันทุกวันนี้ ล้วนใช้ได้ผลดีด้วยกันทั้งสิ้น เพราะมีการทดลองใช้กันมาเยอะพอสมควร แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ...จะหายาตัวนั้น ได้ที่ไหน... สมุนไพร โน่น นี่ นั่น หาได้จากไหน ....ในขณะที่ไก่มันต้องรีบรักษาแล้ว



ปัญหาการรักษากลากขึ้นหน้าไก่
การรักษาขี้กลากไก่ มีการผลิตตัวยาขึ้นมาจำหน่ายหลายชื่อด้วยกัน แต่ มันมี ตัวยาสำคัญคือ ...ตัวยาคีโตโคนาโซล ( ketoconazole ) เป็นชื่อสามัญ ไม่ว่าจะเป็น แชมพูยา...ครีมทา...ยากิน...ก็จะเป็นตัวยาคีโตโคนาโซล ซึ่งเป็นชื่อสามัญที่ต้องใช้กำกับในการผลิตยายี่ห้อต่างๆ
Image result for ขี้กลากไก่เมื่อเราต้องการยารักษาขีกลากไก่ ก็ไปร้านขายยาคนนี่แหละ บอกชื่อสามัญของยาไปเลยว่ายาคีโตโคนาโซล จะยี่ฮ่อไหนก็ได้ แบรนด์เนมอะไรก็ได้ ให้เขาจัดมา เราก็เลือกเอาจะใช้้ทา ก็ คีโตโคนาโซล ครีม / หรือแวมพูยาคีโตโคนาโซล หรือแบบใช้กินชนิดเม็ดก็คือยาคีโตโคนาโซล 200 มิลลิกรัม เม็ดเดียวแบ่งสอง ให้กินได้สองครั้ง ก็หาย ท่านสะดวกแบบไหนก็เลือกเอา ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงเหมือนยาไกชนด้วย
เครดิต สุรศักย์ อัฏฐะวิโมกข์
https://www.facebook.com/462740170579801/posts/547224195464731/

คอดอก

โรค คอดอก เป็นภาษาท้องถิ่น ชาวบ้านที่เราเรียกกันมานานจนติดปาก โรคคอดอกจะแสดงอาการอักเสบที่ปากหลอดอาหาร บางทีก็ลามลงไปในหลอดลมหรือหลอดอาหาร เกิดจากเชื้อโปรโตซัวชื่อว่า Trichomonas gallinae (ทริโคโมนาส กัลลิแน)ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ



ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไปเป็นโรคติดต่อโดยการปนเปื้อนเชื้อในน้ำกิน จะพบรอยโรคเป็นตุ่มคล้ายดอกกระดุมสีขาว สามารถขูดออกได้ พบในปาก หลอดอาหาร และกระเพาะพัก ช่องปากจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไก่จะทำท่ากลืนบ่อยๆ คนเลี้ยงไก่มักจะบอกว่าขูดออกแล้วหาย พอไม่นานก็เป็นอีกครั้ง เหมือนโรคจะไม่ค่อยรุนแรง แต่บางรายเกิดเป็นก้อนเนื้อฝีขนาดใหญ่อยู่ที่เพดานปาก และลำคอได้ทีเดียว
แต่สิ่งที่ผู้เลี้ยงกังวล คือ ไก่ขันเสียงเปลี่ยน และการติดต่อไปยังตัวอื่น ซึ่งแน่นอนเป็นหนึ่ง มักจะพบตัวอื่นๆ เป็น คงต้องแก้ไขกันจริงๆ
เพื่อแยกโรคการวินิจฉัยโดยการขูดเนื้อเยื่อบริเวณหลอดอาหารแล้วป้ายลงบนสไลด์ (wet smear) ตรวจลักษณะของเชื้อโปรโตซัวจากกล้องจุลทรรศน์ โดยจะเห็นการเคลื่อนไหวของเชื้ออย่างชัดเจนภายใต้กำลังขยายวัตถุ 40 เท่า
การรักษาโดยการให้ยา dimetridazole ในอาหาร ในอเมริกาห้ามใช้ยาชนิดนี้ เพราะมีพิษต่อตับ หรือcarnidazole ให้กินครั้งเดียว หรือ metronidazole ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ วันละครั้งติดต่อกัน 2 วัน หากเจ้าของไม่สะดวกมักจะให้ยาในรูปกิน นาน 5-7 วัน ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ (ชื่อยาทั้งสามตัวเป็นชื่อสามัญ เวลาสั่งเราก็บอกชื่อสามัญ สัตวแพทย์เขาจะจัดให้ตามนั้น)
ควรแยกไก่ป่วย จะช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อโรค จนกว่าจะหายขาด การรักษาต้องรักษาให้หายขาด และควรนำไก่มาตรวจอยู่เสมอ เพื่อลดการติดต่อไปสู่ตัวอื่น

โรคขี้ต๊อกหรือถ่ายไม่ออก

โรคไก่ขี้ต๊อก
สาเหตุหลักของโรคนี้เกิดจากไก่ติดเชื้อในระบบลำไส้ เนื่องจากการได้รับอาหารไม่เหมาะสมทำให้การขับถ่ายไม่ปกติ นานไปก็เกิดอาการลำไส้ช่วงปลายอักเสบ ส่วนมากเกิดกับไก่ที่เลี้ยงขังสุ่มเป็นเวลานาน ไม่ค่อยได้ออกกำลัง ไม่ค่อยโดนแดด กินอาหารแบบเดิมซ้ำซาก ขาดสารอาหารหรือกากอาหารสำหรับขับถ่าย ไม่ค่อยได้กินหญ้ากินกรวด ระบบย่อยไม่ดี กลายเป็นลำไส้อักเสบ สะสมนานเข้าก็ขับถ่ายไม่ออก กลายเป็นขี้ต๊อก.เนื่องจากท้องผูกเป็นเวลานาน
โรคขี้ต๊อกมีวิธีรักษา คือในภาพอาจจะมี นก
1.การรักษาเบื้องต้น คือทำให้ไก่ถ่ายออกมาโดยให้อาหารช่วยขับถ่าย โดยเริ่มจากงดอาหารแข็ง ให้ไก่กินแตงโมแทน ไก่ก็จะถ่ายออก หรือการป้อนนมเปรี้ยวก็ช่วยได้
2.จากนั้นก็รักษาอาการอักเสบภายในลำไส้ โดยฉีดยาแก้อักเสบภายในสำหรับสัตว์ มีหลายชนิดเลือกเอาตามถนัดส่วนมากให้ผลดี (ผมเคยใช้กลุ่มกาน่า)และหรือกินยาแก้อักเสบ ติดต่อกันตามช่วงเวลาที่กำหนด ให้สังเกตสะเกล็ดตรงตูดไก่จะหลุดหายไป แสดงว่าอาการเริ่มดีขึ้น ระหว่างรักษางดอาหารแข็งทุกชนิดเน้นให้อาหารสำเร็จรูปหมูหรือไก่แทน จนกว่าจะหายขาดค่อยเริ่มให้อาหารแข็ง โดยผสมเพิ่มขึ้นทีละน้อย
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, นก และ ข้อความ
ถ้าไก่ที่ป่วยด้วยอาการนี้มานานการรักษาก็ยาก ถ้าเริ่มเป็นใหม่ ๆ ต้องรีบรักษาเลย การอักเสบภายในยังไม่เยอะจะรักษาง่าย

สูตรการเลี้ยงไก่พม่า

สูตรการเลี้ยงไก่ชนพม่า
ไก่ชนพม่า เมื่ออายุประมาณ 8-10 เดือน พอเริ่มสู้ไก่เราควรคัดและเลี้ยงดังนี้
1. เตะคัดดูประมาณ 5 นาทีดูเชิง ดูแผลตี เหลี่ยม แวว การเอาตัวรอด ถ้ามีแววจับมาเลี้ยงเพื่อดูพัฒนาการต่อไป โดยเรื่มที่ถ่ายพยาธิ กาดน้ำตากแดด วิ่งสุ่ม 3-5 วัน2.เริ่มเตะเป้าหรือเดินนวม คู่นวมแข็งกว่านิดหน่อยแต่ต้องกระดูก อายุ ใกล้เคียงกัน พันนวมไก่เป้าหนาหน่อย ไก่ใหม่พันไม่หนามาก เตะกันพอหอบ พักให้หายเหนื่อยแล้วเอาเตะต่ออีก 2-3 ครั้ง (ประมาณ5-10 นาที)หอบก็ยกออกหรือตามสภาพ พัก 2 วัน
3.วิ่งสุ่ม บินกล่องพอหอบ ทำต่อเนื่อง 3-5 วัน แล้วพัก 1 วันหลังจากนั้นเตะนวมเหมือน ข้อ 3 แต่่ให้เพิ่มเวลาเตะเป็น10-15นาทีนวมมากขึ้นเรื่อย ๆ เดินนวมพอหอบก็พัก แล้วเดินนวมต่อ ทำจนกว่าไก่จะเหนื่อย พัก 2 วัน แล้วเลี้ยงต่อทำเหมือนข้อ 3 แต่ต้องกาดน้ำตากแดดทุกวัน พัก 2 วัน
4. ปล้ำจริงพันตอด้วยผ้ายีนส์ ปล้ำดูเจ็บ ๆ ดู 2 ยกหรือตาม สภาพ ยืนได้ ถ้าไม่ถูกตาหรือไม่ชอบอย่าพึ่งทิ้ง ให้พักจนกว่าหน้าจะแดง มัน สด เริ่มคึกให้เริ่มเลี้ยงใหม่
5.วิ่งสุ่ม บินกล่อง 3-5 วัน เตะนวม 2 ยก พัก 3-5 วัน ตามสภาพ เตะนวมอีก 2 ยก พัก 3-5 วัน ระหว่างพักต้องกาด แดดทุกวัน พัก 2 วัน ปล้ำแบบเจ็บ ๆ 2 ยก ดูพัฒนาการ ถ้าไม่ดีหรือไม่พัฒนาขึ้น เอาเป็นไก่ล่อก่อน
6. ถ้าผ่านขั้นที่ 5 ใช้ได้ให้เริ่มเลี้ยงชน พักจนกว่าหน้าจะแดง สด มัน บินกล่อง วิ่งสุ่ม กาดแดด เตะเป้า 2 ยก พัก 3-5 วัน ตามสภาพ เตะเป้า 2 ยก พัก 3-5 วันตามสภาพ เตะเป้าอีก 1 ยก ล่อทวนเชิง 2-4 วัน พัก 3 วัน ถ้าสด ผิวมัน ก็ออกชนได้ 4 ยก



ไก่ชนหน้าตรงกับการกัดปาก


ไม่มีคำอธิบายรูปภาพไม่มีคำอธิบายรูปภาพ         ธรรมชาติไก่ตีที่ชอบตีหน้าตรง มักจะมีโอกาสกัดปากหรือสวมปากเวลาตี ซึ่งถือเป็นธรรมชาติของไก่แต่ละตัว บางตัวตีหน้าตรงแต่ก็ไม่ชอบกัดปาก ปากก็ไม่เป็นแผล แต่บางตัวไม่ทำอะไรเลยลอยหน้ามากัดอย่างเดียว ถ้าเจอแบบนี้ทางที่ดีก็ไม่ต้องเลี้ยงคัดทิ้งหรือถ้าเสียก็ทำพ่อพันธุ์ไปหาแม่สายอื่นที่มีชั้นเชิงแบบอื่นๆ ใส่เข้าไป เพื่อจะเปลียนเชิงชนไปแบบอื่น


         อย่างไรก็ตามมีหลายท่านพยายามเลี้ยงไก่กัดปาก มันก็เลี้ยงได้เวลาปล้ำหรือซ้อมท่านต้องหลีกเลี่ยงไก่เชิงยืนเชิงโจ้ตี หรือหลีกพม่าได้เป็นดี เพราะไก่พม่าส่วนมากจะจ้องตีจังหวะเข้าจับตีมักจะเข้าหน้าตรง ถ้าไก่เราชอบกัดก็พอดีเลยปากพัง ทางที่ดีหาไก่เชิงกอดมุดมัดมาไว้ปล้ำให้แข็งโอกาสกัดปากก็จะแทบไม่มี แต่เวลาไปตีก็ต้องเปรียบตีหลีกพวกชอบหน้าตรงพวกถอดถอยอีกเหมือนเดิมไม่งั้นปากพัง
          เมื่อปากพังทางรักษาคือก็เดิมๆ คือ เมื่อเป็นแผลสดให้ล้างให้สะอาดทาด้วยแอลกอฮอล์ล้างแผลหรือเหล้าขาว จากนั้นก็ทายารักษาแผลทั่วไปหรือทางยาม่วงรักษาแผลในปาก กินยาแก้อักเสบ ช่วงเจ็บปากไก่จะกินข้าวน้อยหรือไม่กินข้าว ร่างกายจะทรุดลงก็เสริมด้วยอาหารเสริมหรืออาหารไก่ชนสำเร็จรูป บางตัวเป็นหนักถึงขนาดป้อนข้าวทีเดียว หรือให้กินข้าวสวยแช่น้ำ...ลำบากครับกับการรักษา ไม่มีทางอื่นครับนอกจากเลิกเลี้ยงมันไปหรือถ้าชอบจริงก็หาไก่เชิงมาไว้ซ้อมเฉาะ ห้ามไปซ้อมกับไก่ที่ไม่เห็นเชิง ไมงั้นก็มานั่งรักษาอีก ระยะเวลาการรักษาถ้าดีๆ 7-14 วันแผลในปากจะหาย 20-28 วัน เนื้อเยื่อในปากจะเริ่มแข็งแรงหนาขึ้นใกล้เคียงของเดิม แต่ถ้าโดนตีเจ็บๆ ก็แตกได้ง่าย ต้องดูสภาพแต่ละตัวไม่เหมือนกัน บางตัวหายเร็วบางตัวช้าถึงช้ามาก...
          ข้อควรระวังตรงกามปากหรือมุมปากถ้าล้างแผลไม่ดีหรือแผลติดเชื้อโอกาสเป็นสะนำหรืออมพะนำที่ปากเกิดขึ้นได้เสมอซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่ต่อไป ...ใครรักก็ต้องสู้ครับ

เข้าใจไก่ไข่ของคุณดีหรือยัง

ชุดพ่อพันธุ์ 2023

 ชุดพ่อพันธุ์พัฒนาในช่วงปี2023 บางส่วน