วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

บันทึกเจ้ามณีแดง

“มณีแดง” พ่อพันธุ์ไก่เชิงชื่อดังที่มีฉายาว่า “มณีแดงแข้งสั่งนอน” ไก่เชิงที่ชนะการแข่งขันคว้าตำแหน่งแชมป์ ยังถูกขนานนามว่าเป็นเบอร์ 1 ของโลก และเป็นที่ยอมรับของหมู่คนเลี้ยงไก่ชนอีกด้วย


เจ้ามณีแดงก็เหมือนไก่ตัวอื่นๆ ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นไก่ที่เกิดจากการเพาะพันธุ์ของชาวบ้าน โดยนำสายพันธุ์์ไก่ไทยภาคตะวันออกผสมกับไก่ไซ่ง่อนและผสมกับไก่ไทยสายพันธุ์ป่าก๋อยอีกครั้งหนึ่ง มณีแดงเกิดที่ระยองโดยชาวบ้านในจังหวัดระยอง พัฒนาขึ้น พอเริ่มหนุ่มก็ถูกซื้อมายังภาคอีสาน ลักษณะเด่นคือ


1.ร่างกายบึกบึนแข็งแรง กระดูก หนังหนา
 2.เชิงชนดี ตีหนักแรง มีทุกอย่างครบเครื่อง
3.เป็นไก่สีประดู่แดงหางแซมขาวตามตำราไก่ชนไทยโบราณทุกประการ สีสันสวยงาม
4.รูปร่างหน้าตารัดสวยงาม หงอนหิน ปากงองุ้มพอประมาณ  ตาลึกบึกบึนอดทน เกล็กแข้งขาสวยงามมากเกล็ดใหญ่ฟูชัดเจน แสดงว่าตีเจ็บ
 มณีแดงโชว์ลีลาเพลงตีที่ประทับใจทุกครั้ง แค่ชนครั้งแรกโชว์เชิงชั้นตีในสนามแค่นัดเดียว ราคาค่าตัวพุ่งเข้าสู่หลักหมื่น
จากนั้นก็ชนมาเรื่อย ๆ จนไฟต์ที่ 4 เข้าสู่เวทีมาตรฐานระดับประเทศคือ เวทีมหาลาภ นครราชสีมา ของเจ้าสัวซีพี ธนินท์ เจียรวนนท์ พบกับไก่ชนจากค่ายชนะชัยฟาร์ม ในราคาเดิมพันข้างละ 220,000 บาท มณีแดงได้ชัยชนะไม่ยาก  คุณมานะ บุญโชติ เจ้าของค่ายชนะชัยฟาร์มผู้พ่ายแพ้เลยเจรจาขอซื้อมาด้วยราคา 700,000 บาท
           และแล้ววันเวลาของค่าตัวแพงที่สุดก็มาถึง 18 ต.ค.2558 “มณีแดง” ได้ขึ้นเวทีใหญ่อันดับ 1 ของประเทศ ณ สนามเทิดไท กทม. พบกับ “ปิ่นเพชร” ในราคาเดิมพันข้างละ 11 ล้านบาท การต่อสู้ในไฟต์ที่ 5 มณีแดงเอาชนะไปภายใน 2 ยก 4 นาที (44 นาที)...เงินเดิมพันรวมกันของ 2 ฝ่าย นี่แหละเป็นที่มาของค่าตัวไก่ชน 22 ล้าน 

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ถอดรหัสเจ้ายอดมงคล

ระวัติเจ้ายอดมงคล

       เดิมเจ้ายอดมงคลเป็นไก่ชนจากซุ้ม ส.สายชล ป่าก๋อย เมืองระยองก่อนย้ายมาซุ้มชัยยันต์ฟาร์มและเปลี่ยนชื่อเป็นเจ้ามงคล

        เจ้ายอดมงคลตอนอยู่ที่ซุ้มเก่าเป็นไก่เชิงเหล่า ป่าก๋อย คอกนี้มีตัวผู้ทั้งหมด 5 ตัว ตัวเมียไม่มีเลยเป็นลูกเจ้าล็อทไวเลอร์ตอนหนุ่มเคยปล่ำนอกบ้านครั้งเดียวได้ 8 นาที จนคู่ตีต้องขอจับออกเพราะเจ้ายอดมงคลตีแต่หลังจากนั้นจึงนำเอาไก่ลูกถ่ายมาชนกับมันหลายต่อหลายตัวมันก็ตีหลังนอนแบบไม่ครบยกซักตัวเดือยพัน 3 รอบทะลุหมดพันมาใหม่อันสอง 5 นาทียังทะลุสองข้าง 

      เจ้าล็อทไวเลอร์พ่อของเจ้ายอดมงคล เข้าใจว่าเป็นไก่ป่าก๋อยพัฒนามาแล้วชั้นหนึ่ง คือผ่านการผสมสายเลือดไก่เชิงและไซ่งอนทางภาคตะวันออก ดังนั้นลักษระเด่นที่ปรากฎบรรูปร่างหรือลักษณะทางกายภาพของเจ้ายอดมงคล อย่างน้อย 2 ข้อคือ
          1.โครงสร้างใหญ่ สูง(ป่าก๋อยแท้ๆ ส่วนมากจะออกรูปเป็ด)
          2.คอยาวใหญ่ กล้ามเนื้อใหญ่ ผิวแดง (แสดงว่ามีเชื้อง่อน)

      เจ้ายอดมงคลได้ออกชนจริงสนามนายพล คลอง 3 ชิง 22,000 บาท เจ้ามงคล ฉายาตีให้นอนคิดถึง เอาชนะอันกับ 5 นาที เอาชนะไก่ลูกถ่ายแบบนอนคาสนามทำให้เซียนไก่ชน หลายคนที่เห็นชื่นชอบไก่ป่าก๋อยตัวนี้มาก
        จากนั้นโอ๋ชัยยันต์ฟาร์ม ได้ตามไปขอซื้อถึงที่จังหวัดระยองเพื่อมาติดมัดจำชนล้าน และประกาศหาคู่ชน ติดมัดจำชนล้าน ตามสนามใหญ่ อยู่หลายสนามแต่สุดท้ายได้คู่ชนแพงที่สนามไก่ชนชาติพยัคฆ์ จังหวัดพิจิตร ชิงเงินรางวัล 5,500,000 บาท เจ้ายอดมงคล เอาชนะแบบม้วนเดียวจบ แค่อันกว่าๆ แทงสุดคม สถิติเดิมไม่เคยถึง 2 ยก คว้าเดิมพัน 5 ล้านกลับชลบุรีแบบไม่เจ็บตัว

        เมื่อวันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2562 มีบรรยากาศการส่องมอบ สุดยอดไก่ก๋อยแห่งยุค “เจ้ายอดมงคล” แชมป์ 5,500,000 บาท สนามไก่ชนชาติพยัคฆ์ จังหวัดพิจิตร จากเสี่ยทราย ซุ้มชัยสงครามฟาร์ม สู่ ซุ้มทีเด็ด 99 ด้วยค่าตัวเป็นประวัติศาสตร์ 5,000,000 บาท 



ตามรอยป่าก๋อย



       
พ่อหลวงสุพจน์มีความสนใจและรักไก่ชนตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่ออายุครบเกณฑ์ทหาร ก็ถูกคัดเลือกเข้าประจำการและมีโอกาสรู้จักกับเพื่อนทหารจากจังหวัดตราดที่ชื่นชอบไก่ชนเช่นเดียวกัน  หลังจากพ้นประจำการจึงได้นำไก่ชนจากเพื่อนทหารที่จังหวัดตราด กลับมาเลี้ยงที่บ้านเหล่าป่าก๋อย โดยได้เฉพาะพ่อไก่มาจากตราดและนำมาผสมพัฒนากับไก่พื้นบ้านเหล่าป่าก๋อย  ลูกหลานที่ได้ปรากฎว่ามีชั้นเชิงแตกต่างจากไก่เหนือทั่วไป คือ มีเชิงเข้าปีก มุดมัด เอี้ยวเลี้ยวคอบน กอดกดขี่ มีบ้างบางตัวคาบบ่าตีตัว   และในรุ่นถัด ๆ มาจึงคัดผสมให้มีลงเหล่าคาบบ่าตีตัวเป็นลักษณะเฉพาะ 

         เมื่อประมาณปี 2526-2527 สมัยนั้นเซียนไก่ชนไม่มีใครเล่นไก่ชนที่มีเชิงแบบไก่เหล่าป่าก๋อย แต่จะนิยมเล่นไก่สายพันธุ์พม่ามากกว่า  จนกระทั่ง นายเดช ปาปวน ชาวหมู่บ้านเหล่าป่าก๋อย ได้เหล่ากอสายพันธุ์ไก่นี้มาจากพ่อหลวงสุพจน์ และ



นำออกชนตามสนามชนไก่ในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และจังหวัดใกล้เคียง และได้รับชัยชนะ  สร้างชื่อเสียงให้กับไก่ชนสายพันธุ์นี้เป็นอย่างมาก   เซียนทางภาคเหนือพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ไก่อะไรจิกกัดทั้งตัว"  ไก่ตัวที่สร้างชื่อเสียง เช่น ไอ้สาวิดีโอ ,ไอ้สาน้อย  และนายเดช ปาปวน มีเพื่อนที่สนิทและเล่นไก่ด้วยกัน คือ นายจำลอง ชัยปัน หรือที่รู้จักกันในนาม นายยืน  ชาวบ้านหนองผ้าขาว ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ก็เป็นผู้ได้รับเหล่ากอและพัฒนาสายไก่เหล่าป่าก๋อย 
          หลังจากที่นายเดช เสียชีวิต นายจำลอง ชัยปัน หรือนายยืนได้นำไก่สายพันธุ์ของนายเดชมาเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์สืบต่อมา ไก่ชนที่ทำชื่อเสียงให้กับ นายจำลอง ชัยปัน หรือนายยืน  ได้แก่ ไก่ชื่อไอ้แจ้ ซึ่งเป็นพ่อพันธุ์และให้ลูกเก่งออกมาหลายตัว คือ ไอ้ทหารเรือ ไอ้แดงน้อย ไอ้แดงหน้าง่อม  ตัวที่นายยืน พูมใจที่สุดก็คือ ไอ้หนุ่มเหนือ คาราบาว หรือไอ้สามแสนสาม  ชนชนะไก่พม่าที่สนามชนไก่ เวล จังหวัดนครปฐม  เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2543  ไก่ตัวนี้เป็นไก่ลูกเพาะของตน เกิดที่บ้านหนองผ้าขาว หรือบ้านวังสวนกล้วย ไก่ชนไอ้หนุ่มเหนือคาราบาว นายยืนเพาะเลี้ยงและแบ่งกับครูรัน โดยครูรันเลี้ยงและออกชนในเขตภาคเหนือ จากนั้นครูรันได้ขายต่อให้กับคุณเลิศพงศ์ อดิศร หรือทนายก้อง

         สายพัฒนาอีกสายหนึ่งคือคุณบุญเลิศ อินบุรี (ครูเลิศ) ครูเลิศกล่าวว่า ต้นกำเนินมาจาก ไก่พ่อหลวงสุพจน์ และคุณเสริฐ เอามาเลี้ยงไปชนที่เชียงใหม่และชนะมาตลอด ก็เลยขอแบ่งซื้อจากคุณเสริฐมาเลี้ยง เป็นไก่สีเขียว
         การคัดเลือกพ่อพันธุ์ ครูเลิศ กล่าวว่า ต้องเป็นไก่ที่ชนชนะมาแล้ว คางเคราสีเหลือง หางดอก ส่วนแม่พันธุ์จะมีแม่เดิมเป็นหลักซึ่งเป็นเหล่าที่มีเชิงก้าบ  หัวดอก ตกกระตามตัว  แม่สีนี้จะให้ลูกเก่งค่อนข้างมากในแต่ละครอก  ครูเลิศ กล่าวว่าไก่ที่เก่งมีชื่อเสียงคือไก่ของครูนิ่ม คือ เจ้าแก้วฟ้า     
          คุณอุปถัมน์ ใจธัญ (ครูนิ่ม) ครูนิ่มกล่าวว่า ไก่ที่ทำชื่อเสียงให้กับเหล่าป่าก๋อยตัวหนึ่ง เป็นไก่ลาย เจ้าของคือ พ่อหลวงเทวราชหรือพ่อหลวงนวย เป็นไก่ที่กัดบ่า ตีตัว ตีแรง ปีแรกตีได้ไม่กี่ครั้งก็พัก พอปีที่สองก็ออกชนที่เชียงใหม่ โดยมีครูเลิศและนายเดชเป็นผู้นำออกตี ครูนิ่มกล่าวว่า ได้สายพันธุ์มาจากพ่อหลวงนวย โดยตัวที่ได้มามีเชิงกัดบ่า ตีตัว เป็นหลัก 
          นอกจากนี้ยังพบผู้นิยมเลี้ยงไก่เหล่าป่าก๋อยอีกหลายท่านในภาคเหนือ ซึ่งมีการเพาะพัฒนาต่อเนื่องกันมาจาถึงปัจจุบัน

ถอดรหัสลับเจ้ากระทิง

เจ้ากระทิง 
          เจ้าของเก่าคือ จ่าป้อง แห่งซุ้ม ส.เทพมงคล อยุธยา จ่าป้องเรียกว่าเจ้าเขียว เจ้าเขียว เกิดจากพ่อไก่ตัวเก่งของซุ้มส.เทพมงคล ชื่อว่าเจ้านิลมังกร ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ของเจ้าเพชรสีกัน ซึ่งเป็นไก่สายของพี่ไฉนดอนเมือง 
          จ่าป้องนำเจ้านิลมังกร ผสมกับแม่เขียวหัวหงอกซึ่งเป็นสายแก้วฟ้าแท้ๆ ของนายกแอ็ด คาราบาว จึงได้ออกมาเป็นเจ้า เขียวหรือเจ้ากระทิง
          เริ่มต้น เจ้ากระทิงอยู่กับ ซุ้ม ส.เทพมงคล มีสถิติ 2 ไฟท์ไฟท์แรกชน 22,000 บาท ชนะเพียงอันกับหน่อย แต่มีผู้เสนอราคา ให้ 150,000 บาท แต่ก็ยังไม่ขาย และได้เลี้ยงออกชนอีกครั้งที่สนามชนไก่ รางพิกุล ในเงินเดิมพัน 44,000 บาท ซึ่งก็ชนะได้ในเวลาอันกะหน่อยเท่านั้นเอง และไฟท์นี้เอง มีคนแย่งกันเสนอราคา กันถึง 400,000 บาทถามว่าไก่ตัวนี้ชนะแค่เงินหมื่นต้นๆ 2 ไฟท์แต่ทำไมราคาแรงขนาดนี้ เพราะว่าคู่เกิดของมันซึ่งปัจจุบันอยู่กับพี่ไฉนดอนเมือง ชื่อเจ้าทับทิม ก็เคยไปคว้าแชมป์เงินแสน ที่สนามเทิดไทไว้ จึงทำให้ไก่ชุดนี้ มีผู้ติดตามอยากจับจองเป็นเจ้าของมาตลอด จึงทำให้หลังจากเจ้ากระทิงชนะไฟท์ที่ 2 นี้ จึงมีผู้สนใจเข้ามาทาบทามเป็นจำนวนมาก และทีมงาน ส.เทพมงคลก็ได้ขายให้ คุณสม มาในราคา 400,000 บาท และก็ได้เลี้ยงออกชนอยู่พักใหญ่แต่ไม่ได้คู่
           ทีมงานฉลองชัยและพรรคพวกจึงคว้าตัวมาต่อ ในราคา 600,000 บาท และก็มาออกชน ไฟท์ที่ 3 โดยการเลี้ยงติดมัดจำชน เดิมพันรวม 2,200,000 บาท และก็คว้าแชมป์มาอย่างสวยงามเหนือไก่พม่าสุดคม ของซุ้มลูกโอ เค โพธิ์ดำมาได้แบบหมดทางสู้ จนมาถึงไฟท์ที่ 4 ชนที่สนามไก่ทองท่าพระ จ.ขอนแก่น เดิมพันรวม 1,100,000 บาท กับซุ้ม พ.ชัยชาญ (เทพนาคา) คว้าชัยชนะได้ในอันที่ 5 อย่างประทับใจคนทั้งสนามจึงทำให้ตอนนี้ชื่อเสียงเจ้ากระทิงดังเป็นพลุแตก ซึ่งคาดว่าน่าจะไม่มีคู่ชนอีกแล้ว ด้วยฝีไม้ลายมือที่ไร้ที่ติ คงจะยากที่ใครจะหาตัวมาสู้ด้วย
          ในที่สุดเฮียตี๋เล็ก  ก็นำเข้าเจ้ากระทิงมาทำพ่อพันธุ์ด้วยมูลค่า 2,000,000บาทประจำการอยู่ก๋อยง่อนปราณบุรี จ. ประจวบคีรีขันธ์

สรุปว่าเจ้ากระทิงมีสายเลือดของไก่เหล่าไหนบ้าง
1.สายเลือดไก่ตราด ซึ่งเหล่าตราดที่โด่งดังระยะแรกๆ ก็จะเป็นสายท่าพริก มีคนนำมาเล่นมากมายในช่วง30ปีที่ผ่านประมาณปี 2530 ไก่ตราดโด่งดังมาก
2.สายเลือดป่าก๋อย ซึ่งคุณแอ๊ดนำเข้ามาพัฒนาเล่นในช่วงแรกที่คุณแอ๊ดเล่นและชื่นชอบไก่ป่าก๋อย
3.สายเลือดง่อน  ซึ่งเป็นการพัฒนาไก่ชนทั้งในค่ายของคุณไฉน จ่าป้อง และคุณแอ๊ด ซึ่งทั้งสามท่านนี้มีการพัฒนาไก่ชนโดยมีเลือดผสมของไซ่ง่อนมากบ้างน้อยบ้างตามแนวคิดการพัฒนา

เจ้ากระทิงถือว่าเป็นไก่ที่มีลักษณะตรงตามมาตรฐานไก่ชนไทยแบบดั้งเดิมที่เล่นกันมาคือ 
1.รูปร่างสมส่วนรอยสวย 3.2กก.เป็นพิมพ์มาตรฐานไก่ชนไทยดั้งเดิม  โบราณท่านว่าห้าเลี้ยงไก่เตี้ยหรือไก่จับไม่สวยมันเปรียบยากโอกาสเสียเปรียบมีสูงนั่นคือโอกาสแพ้คือแพ้ตั้งแต่เปรียบ ห้ามเลี้ยงไก่สูงหรือขายาวคือท่านว่ามันเลี้ยงยากไม่ค่อยแข็งแรงและเปรียบยากหาคู่ยาก
2.เป็นไก่ตรงตามอุดมทัศนีย์ไก่เขียวพาลีคือสีเขียวทั้งตัว ปากดำแข้งดำ มันเป็นไก่สวยงามตามตำราหาใดเปรียบเปรย
3.เป็นไก่ที่มีเกล็ดแข้งงดตามตำราเกล็ดแข้งหน้าจระเข้ขบฟัน เกล็ดแข้งหลังเป็นระเบียบยาวลงต่ำกว่าเดือย เกล็ดนิ้วฟูชัดเหมือนหางจระเข้ ลักษณะเช่นนี้ตีเจ็บนักแล





เครดิต..เว็บไก่ชนออนไลน์ และเพจไก่ชนญี่ปุ่นพัฒนา

วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ลอกคราบหยกคีรี ม่าง่อนที่โด่งดัง


ประวัติโดยย่อของหยกคีรี
            หยกคีรี เกิดจากเจ้าปาเกียวซุ้มหนึ่งเหนือส่งไปให้อาจารย์โรจน์สวนมะนาว ต.เขาชนกัน จ.นครสวรรค์ผสมกับแม่เทาม้าเหล็ก ผสมได้ลูกคือเจ้านิวเคลียร์ อาจารย์โรจน์ได้ส่งเจ้านิวเครียร์กลับไปให้ซุ้มหนึ่งเหนือชนที่ภาคเหนือจนได้ 2ไฟร์ และเกิดนิวเท้าบวมจึงได้ทำพ่อพันธ์ และได้ส่งเจ้านิวเคลียร์ไปให้ สจ.โกเซ้ม จึงได้เป็นพ่อพันธ์ผสมกับแม่สายเก้าล้าน จึงเกิดมาเป็นเจ้าหยกคีรี (โกวเซ้มฟาร์ม)


          เจ้าหยกคีรีไก่ตัวนี้เป็นไก่ที่ครบทุกอย่างครับ เช่น แข้งดี ตีลึก คม ตีจำแผล ขยันบินตีหัวล่างชัด ลีลาพอเอาตัวลอดได้ ผิวดีมาก ตัวถึงกระดูกโครงสร้างหนาแกร่ง จิตใจดีเหนียวแน่นดื้อแข้ง ความพยามสูง สายเลือดดีนิ่งลงเหล่า ประกอบกับมีมือน้ำดี และที่สำคัญที่สุดคือถูกคู่ถูกเวลา
 
           ครั้งหนึ่ง ท่าน ส.จ.เซ้ม เคยสร้างประวัติศาสตร์ให้กับไก่เหล่าสวนมะนาว คือ นำเจ้าแดงไบเล่ ชนเดิมพันรวม10ล้านบาท ชนกับเจ้าขุมทรัพย์ ยอดไก่เก่ง จ.ระยอง ผลการแข่งขันตามที่เราเห็นเกือบจะชนะ ขุมทรัพย์ใจดีมากแต่เบนหน้าหนีแล้ว แต่หมดเวลาซะก่อนผลเสมอกันไปแบบสุดมันในครั้งนั้น และ ครั้งที่สอง ท่าน ส.จ นำเจ้าปิ่นเพชร สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง ชนเดิมพันรวม 22 ล้าน พลาดท่าปราชัยใน ศึกครั้งนั้น ที่ชนกับมณีแดง
             แต่มาครั้งนี้ ท่าน ส.จ นำ เจ้าหยกคีรี เก็บชัยเดิมพันรวม 33,70,0000สามสิบสามล้านเจ็ดแสนบาท พิชิตชัยชนะ ในเวลา 2 อันกะหน่อย เข้ายกสามมาปล่อยหางได้ 4 นาทีพอดี เจ้าหงดำก็แพ้ไปที่สุด แต่หงดำก็เก่งมากตัวหนึ่งครับ

วิเคราะห์จุดเด่นหยกคีรี
1.เป็นไก่ที่รูปร่างสมส่วน คือไม่เตี้ยหรือสูงจนเกินไป เลี้ยงแล้วจะเปรียบง่าย
2.ใบหน้าหยกคีรีเป็นไก่ที่ใบหน้าฉลาด ดวงตาสดใส หน้าเล็กเรียว ปากคมง้องุ้มพองาม หงอนชี้แบบหงอนพญานาคราช เป็นลักษณะไก่เก่ง 
3.แข้งหยกคีรีเป็นไก่เกล็ดแข้งชัดเจน ทั้งหน้าและหลังเป็นไก่แข้งเล็กกลม ลักษณะไก่ตีเจ็บ เดือยขนาดพองามไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป มีความมั่นคงและใช้เดือยได้ดี

จากลักษณะดังกล่าวจึงเป็นลักษณะไก่เก่งโดยแท้จริง แบบอิงตำรามาเล่าครับ




วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ตามรอยพม่าสายย่อ

จากการค้นหาข้อมูลเกี่ยวพับไก่พม่าสายย่อที่เคยโด่งดังในวงสนามชนไก่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับว่ามีข้อมูลที่เกี่ยวข้องน้อยมาก  แต่ในฐานะที่ผู้เขียนเคยสัมผัสและเคยเลี้ยงพม่าสายนี้นับว่าเป็นสายพันธุ์ที่ครบเครื่องอีกสายหนึ่ง เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมาพม่าสายนี้ไม่ถูกโปรโมทโดยเหล่าคนดังหรือคนมีตังค์เท่าไรนัก ดังนั้นเหล่านี้จึงไม่โด่งดังเหมือนสายอื่นๆ

อย่างไรก็ตามพม่าสายนี้ก็ยังมีเสน่ห์เพียงพอที่หลายๆ คนจะอนุรักษ์และพัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

กำเนิดของพม่าสายย่อก็เหมือนพม่าสายอื่น คือเิริ่มมีชื่อเสียงปรากฎในซุ้มและหมู่นักเลี้ยงไก่ชนภาคเหนือและก็แพร่กระจายลงมาทางภาคกลางและภาคอีสาน หลายตัวมีชื่อเสียงโด่งดังในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา มีราคาและประวัติการชนที่สวยงาม  สไตล์ที่ติดตาของพม่าสายนี้คือ

1.ว่องไวการออกแข้งแทงตอจะว่องไว แผลคม ลีลาถอยตีมีจังหวะออกซ้ายออกขวา ไม่ถึงขนาดล่อสั้น (บางตัวอาจมีบ้างแต่ไม่ใช่สไตล์ที่ถนัด
2.มีจิตใจดี ที่สำคัญมีวิญญาณนักฆ่า คือถ้าคู่ต่อสู้เสียท่าจะมีซ้ำเติม ปิดบัญชีรวดเร็ว ไม่ใช่พม่าแบบยืนดู

สองข้อนี้คือจุดเด่นของสายย่อที่ทำให้สายนี้เป็นที่ชื่นชอบของนักเลียงนักเล่นจำนวนมาก เสียดายว่าตามหาเหล่าต้นกำเนิดไม่เจอ หากมีความชัดเจนจะมาอัพเดตเพิ่มเติมครับ
เจ้าแจ้นาคราช คือพม่าสายย่อ ที่มีชื่อเสียงแถบลำน้ำโขง ชนชนะมานับสิบๆ เที่ยว มีความสวยงาม ถือว่าเป็นต้นแบบสายย่อเลยทีเดียว

ไก่หนุ่มๆ สายย่อที่มีหลายซุ้มยังผลิตออกจำหน่าย ก็นับว่ามีความงดงามมิใช่น้อย

เข้าใจไก่ไข่ของคุณดีหรือยัง

ชุดพ่อพันธุ์ 2023

 ชุดพ่อพันธุ์พัฒนาในช่วงปี2023 บางส่วน