วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

การดูแลรักษาไก่ป่วยซีดหลังซ้อมหรือชน

ไก่ชนบางตัวเมื่อนำมาเลี้ยงฝึกซ้อมหรือนำไปชนกลับมาจะประสบปัญหาป่วยซีด น้ำหนักลด และในที่สุดจะไม่สู้ไก่ สาเหตุเกิดจากการเจ็บป่วยภายในเนื่องจากการบาดเจ็บจากการซ้อมหรือการชน เนื่องจากตับทำงานผิดปกติ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการได้รับบาดเจ็บภายในรุนแรงในขณะปล้ำวางหรือการใช้สารกระตุ้นการทำงานของร่างกายเกินขนาดหรือการออกกำลังกายจนเกินขนาดร่างกายทำงานหนักมากเป็นเหตุให้อวัยวะภายในทำงานหนักเกินไปจนบอบซ้ำโดยเฉพาะตับ
บางคนเลี้ยงไก่เอาแดดหนักเกินไปไก่หอบมากอวัยวะภายในทำงานหนักมาก จะบอบช้ำและเสียหาย จนถึงขั้นทำงานไม่ปกติImage result for ไก่หน้าซีดเกิดจากเชื้อในภาพอาจจะมี นก
นอกจากนี้การป่วยด้วยเชื้อโรคต่างๆ (โรคไก่มีจำนานมากมาย) โดยเฉพาะเชื้อที่มากับยุง จะเข้าสู่กระแสเลือดของไก่ “โรคมาลาเรียในไก่ (Chicken malaria)” ซึ่งเป็น โรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะนำโรค โรคมาลาเรียในไก่เป็นโรคติดต่อ ที่สำคัญ และพบการระบาดทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตอากาศ ร้อนชื้น และกึ่งร้อนชื้น เช่นทวีปเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้  โรคนี้ทำให้ไก่ป่วยมี ภาวะโลหิตจาง มีน้ำหนักลดลง ผอม ไม่มีแรง ไข่มีขนาดเล็กลง เปลือกบาง แตกง่าย  ในช่วงแรกที่ไก่ได้รับเชื้อ ไก่จะยังไม่แสดงอาการให้เห็นแบบทันที แต่จะค่อยๆส่งผล เช่น ไก่อยู่ดี ๆ เด่วหน้าแดงหน้าซีด หรือไก่ที่เลี้ยงตีแล้วลงนวม แต่บินไม่ดี ไม่แข็งแรง ทั้ง ๆ ที่เราดูแลกินยาบำรุงเป็นอย่างดี แต่หลังจากนั้นไก่จะแสดงอาการหน้าซีด เดี๋ยวแดง เดี๋ยวซีด อมชมพู ตามมาทันที เพราะว่า ร่างกายของไก่ตอนนั้นไม่แข็งแรงเต็มที่ หลังจากที่เรามาเอาออกกำลังกาย จะส่งผลให้ร่างกายทรุดลงอย่างรวดเร็วและผลที่ตามมาคือ หน้าซีดขาว กระเพาะไม่ย่อยตามมา
วิธีการรักษาในภาพอาจจะมี นกImage result for ไก่หน้าซีดเกิดจากเชื้อ
ขั้นตอนที่ 1 ถ้าหากพบเจออาการข้างต้น แนะนำว่าอย่าออกกำลังกายหนักๆ หรือปล้ำไก่โดยเด็ดขาด และใช้ยาฉีดบำรุงพวกวิตามินบีรวมที่วางขายและใช้สำหรับสัตว์ (ดูขนาดและอัตราการใช้ที่เหมาะสมถามสัตวแพทย์ให้เข้าใจก่อนใช้) ถ้าการป่วยเกิดจากสาเหตุการบาดเจ็บภายในอาการป่วยไก่จะค่อยๆ ดีขึ้น ควรนำไปปล่อยตามธรรมชาติหรือขังคอกที่มีพื้นที่กว้างให้อยู่อิสระ
ขั้นตอนที่ 2 ถ้าการรักษาด้วยวิธีแรกไม่ได้ผล ก็สัณนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการติดเชื้อมาลาเรียไก่ (ย้ำว่าเชื้อมีหลายชนิดที่สรุปแบบนี้เนื่องจากสาเหตุนี้เป็นสาเหตุใหญ่ ซึ่งก็อาจไม่ใช่เสมอไป) เราก็ใช้ยาพวกใช้ยาคลอโรควิน (Chloroquine) หรือ ยาด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) ชนิดใดชนิดหนึ่ง 1) ยาคลอโรควิน ออกฤทธิ์ได้ดี และรวดเร็วต่อเชื้อมาลาเรีย ระยะในเม็ดเลือดแดง ควรให้ยาในขนาด 30 มิลลิกรัม/น้ำหนักไก่ 1 กิโลกรัม/วัน ติดต่อกันนาน 4 วัน หลังจากนั้น ทุก 2 สัปดาห์ ให้ขนาด 10 มิลลิกรัม/น้ำหนัก ไก่ 1 กิโลกรัม/วัน ติดต่อกันนาน 4 วัน เพื่อป้องกันโรคต่อไป จนไก่ แสดงอาการดีขึ้นจึงหยุดให้ยา และไม่ควรให้ยายาวนานเพราะ อาจเกิดผลข้างเคียงของยาได้  (ควรปรึกษาสัตวแพทย์) เมื่อรักษาดีขึ้นแล้วก็ควรหาพื้นที่ปล่อยให้ไก่ฟื้นตัวตามธรรมชาติ
ขั้นตอนที่ 3 การให้สารอาหารเสริมเพื่อให้ไก่กลับสู่สภาพปกติ 1. ให้วิตามิน A, B และ C ผสมในน้ำ 2. ให้อาหารเสริมประเภทโปรตีน และกลูโคส เช่น ผสมกากน้ำตาลในอาหารเม็ด 3. ให้ยาบำรุงประเภทธาตุเหล็กเพิ่มช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใน การสร้างเม็ดเลือดแดง ทดแทนเม็ดเลือดแดงที่ถูกทำลายจาก เชื้อมาลาเรีย 
การป้องกันโรค ควรกำจัดยุง และแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ทำมุ้งรอบเล้าไก่ หรือเลี้ยงไก่ในระบบโรงเรือนปิดซึ่งสามารถกันยุงได้ และควรมีการตรวจเลือดไก่เป็นระยะ เพื่อจะได้ทราบสภาวะโรค โดยเฉพาะช่วงแรก ๆ ของฤดูฝน  อย่าลืมว่าการป้องกันดีกว่าการรักษานะครับ...

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

เทคนิคการเลี้ยงไก่ชน

ไก่หนุ่มที่จะเริ่มเลี้ยงครั้งแรก ต้องอาบน้ำด้วยแซมพูสระผมก่อนซัก2-3ครั้งเพื่อให้ไก่อาบน้ำง่าย ขนสวยเงางามและเป็นการไล่ไร เห็บหมัด ออกจากตัวไก่  จากนั้นให้เริ่มตามขั้นตอนดังนี้


1. ไก่หนุ่มเริ่มอาบน้ำเย็นทุกเช้า  ห้ามลงกระเบื้องเพราะไก่หนุ่มเนื้อตัวจะตึงเกินไปไม่อยากบิน ใช้เวลาอาบน้ำประมาณ 7 วัน แล้วจึงเริ่มซ้อมครั้งแรกและครั้งที่สอง ครั้งละ 1 ยก ๆ ละไม่เกิน 15 นาที ซ้อมครั้งที่ 3และ 4 เพิ่มเป็น20 นาที  นาที ครั้งที่5 เพิ่มเป็น 2 ยกๆละ 20นาที ช่วงเวลาปล้ำครั้งที่ 1-4 เวลาห่างกันประมาณ 10 วัน ครั้งที่ 5 เสร็จถ่ายยาเลี้ยงออกไล่แข็ง 3 ยก ใช้เวลาเลี้ยง 21 วัน 
2.วิธีออกกำลังไก่ 
2.1 สำหรับไก่เลี้ยงทั่วไปเพื่อคัดหรือปล้ำ ช่วงเช้า 6โมง นำไก่ที่เลี้ยงออกวิ่งสุ่มหรือวิ่งลู่ ปล่อยตาข่าย อบน้ำช่วง 2 โมงถึง 3 โมงเช้า ให้กินข้าว 4 โมงเก็บไก่เข้านอน เวลาประมาณบ่าย 3 โมงเย็น เอาน้ำเช็ดตัวไก่ที่เลี้ยงเล็กน้อย แล้วปล่อยตาข่าย ให้อาหารเข้านอน6 โมงเย็น
2.2สำหรับไก่เลี้ยงชน (ไก่ที่ผ่านการวางครั้งที่ 5 มาแล้ว ) ช่วง 6 โมงเช้าให้วิ่งถัง หรือโดดหลุม บินกล่อง หรือล่อวิ่ง ล่อโดด ตามเทคนิคแต่ละซุ้ม เมื่อได้ที่ขังสุ่มรออาบน้ำช่วง 2-3โมงเช้า ตากแดดจนเริ่มหอบค่อยนำเข้าอย่าให้หอบมากจะเสียไก่ได้ (ควรนอนในที่ร่มเย็นไม่มีสัตว์หรือคนรบกวน)บ่าย2 นำไก่ออกทำกิจกรรมเหมือนตอนเช้า และอาบน้ำตากแดด ให้กินอาหาร ยาบำรุงเข้านอนช่วง6โมงเย็น  


3.การลงขมิ้น
ไก่ที่เลี้ยงชนเวลาอาบน้ำไก่ในตอนเช้าต้องใช้น้ำอุ่นในช่วงที่ไก่ผ่านการซ้อมมาช่วงสัปดาห์แรก สัปดาห์ที่สองใช้น้ำเย็น (ใช้น้ำสมุนไพรต้มจะดีช่วยคลายเจ็บปวดเมื่อยและไร่ปาราสิตจากตัวไก่) เสร็จแล้วให้ทาขมิ้นบาง ๆ ช่วงเช้า ภาคบ่ายให้ล้างออก เน้นทาส่วนที่เป็นหนังและกล้ามเนื้อเป็นหลัก (แต่การลงขมิ้นครั้งแรกต้องลงทั่วตัวนะ)
4.สิ่งที่ต้องสังเกตขณะเลี้ยงไก่                                                                                                                     4.1 น้ำหนักไก่ ต้องควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไก่หนุ่มน้ำหนักจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามอายุ แต่ไม่เพิ่มมาก ต้องสังเกตช่วงน้ำหนักที่กำลังบินดีๆไว้เป็นมาตรฐาน บางคนพอไก่น้ำหนักเพิ่มมากมักจะเอาแดดหนักๆ นั่นเป็นวิธีที่ผิด เพราะในที่สุดไก่จะบักโกรกเลี้ยงไม่ขึ้นไม่มีแรง ต้องยอมรับความจริงว่าไก่แต่ละตัวเลี้ยงยากง่ายไม่เหมือนกันต้องปรับโปรแกรมการเลี้ยงเฉพาะแต่ละตัว                                              4.2การนอน ไก่ที่สมบูรณ์จะนอนที่เดียวถ่ายเป็นกองอยู่ที่เดียวไม่กระจัดกระจาย                                  4.3 ขี้ไก่ ต้องมีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆ มีการย่อยดีไม่มีเศษอาหารปนออกมา
5.การต้มน้ำอาบไก่
การเลี้ยงไก่ชนจะต้องอาบน้ำสมุนไพรจจึงจะเกิดผลดีต่อผิวหนัง เลือดลมของไก่ ซึ่งสมุนไพรที่ใช้มีดังนี้
              1. ไพลประมาณ 5 แว่น
              2. ใบส้มป่อยหรือใบมะขาม(ใช้แทนกันได้)ประมาณ 1 กำมือ
              3. ใบตะไคร้ หรือ ต้นตะไคร้ 3 ต้น
              4. ใบหนาด 5 ใบ
เอา 4 อย่างมารวมกันใส่หม้อต้มให้เดือดแล้วทิ้งไว้ให้อุ่น พออุ่น ๆ แล้วค่อยอาบน้ำไก่ แล้ว นำไปผึ่งแดดให้ขนแห้ง (สูตรสมุนไพรปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม)
วิธีการเลี้ยงไก่ชนไม่มีสูตรสำเร็จ แต่หลักการที่ให้ไปคือหลักการเบื้องต้นเท่านั้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

เข้าใจไก่ไข่ของคุณดีหรือยัง

ชุดพ่อพันธุ์ 2023

 ชุดพ่อพันธุ์พัฒนาในช่วงปี2023 บางส่วน