วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2563

ไก่ไข่พันธุ์ไทยบาร์

ไก่ไข่พันธุ์ “ไทยบาร์”

           เป็นไก่พันธุ์ที่กรมปศุสัตว์ศึกษาวิจัยพันธุ์  ไก่พันธุ์ไทยบาร์ซึ่งจะมีลักษณะเด่นสำคัญคือ




1.มีขนเป็นสีลายดำ ขนลำตัว และปีกสีขาว ปลายปีกลายดำ สร้อยคอและหางลายขาว หางดำ หรือลายดำ 
2.หงอนจักร เหนียงใหญ่สีแดง 
3.แข้งสีเหลือง ปากสีเหลือง
4.สามารถแยกเพศได้เมื่อตัวยังเล็ก  โดยตัวผู้จะมีขนสีขาว  ตัวเมียมีขนสีน้ำตาล
5.ความสามารถผลิตไข่ปีละ 290 ฟอง
 การเลี้ยงไก่ไทยบาร์นี้สามารถเลี้ยงเป็นไก่ไข่โดยทั่วไปได้ หรือสามารถใช้แม่พันธุ์ผสมกับพ่อพันธุ์ไก่พื้นเมืองเพื่อผลิตไก่เนื้อโตไวได้ผลโดยโดยนำไข่ที่ได้เข้าตู้ฟัก  นำลูกมาเลี้ยงขุนแบบไก่เนื้อสามารถจำหน่ายเป็นไก่เนื้อพื้นบ้านได้ราคาดี อย่างกรณีการผลิตไก่เพื่อทำไก่ย่างเขาสวนกวางก็มีแนวคิดวิธีการผลิตตามแนวทางนี้  คือใช้แม่ไก่ไข่ใช้พ่อไก่พื้นบ้านมาผสมกันเอาลูกมาขุนทำเป็นไก่เนื้อพื้นบ้านรสชาดดี

วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2562

สาเหตุการเลี้ยงไก่ไม่ประสบผลสำเร็จ

สาเหตุการเลี้ยงไก่ไม่ประสบผลสำเร็จ
...การที่เราจะเลี้ยงไก่แล้วประสบผลสำเร็จนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย หากวิเคราะห์จากประสบการณ์ความล้มเหลวในการเลี้ยงไก่จะพบปัจจัยความล้มเหลวที่สำคัญดังนี้






1. ขาดความรู้และหลักการ..ความรู้สำหรับเลี้ยงไก่ถือว่าเป็นปัจจัยแรกๆ ของคนที่อยากเลี้ยงไก่ หากเลี้ยงโดยขาดความรู้ขาดประสบการณ์ปัญหาที่พบเลยคือการจัดการที่ไม่ดีและไม่มีวิธีดูแลที่รัดกุม ไก่ตายและขาดทุน การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็น อย่าใช้ประสบการณ์และความเคยชินเดิมๆ มาจัดการฟาร์ม
2.สิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม การเลี้ยงไก่ไข่ ควรเลี้ยงให้ห่างจากบริเวณเขตชุมชน พึงสังวรว่าหากมีการร้องเรียนต้องถูกสั่งปิดกิจการ
3. ารเตรียมการไม่ดี ..ก่อนนำไก่ลง ควรมีการจัดการฆ่าเชื้อภายในเล้าไก่ โรยปูนขาว พ่นเนกูวอน
สำหรับฆ่าพยาธิบนดิน และพ่นอีเอ็มสำหรับปรับสภาพเชื้อโรคบนดินเสียก่อน หากนำไก่ลงทันที ไก่อาจจะติดเชื้อโรคป่วยง่าย และแก้ไขหลังจากนั้นได้ยาก
4.การใช้และให้อาหารไม่เหมาะสม..อาหารที่ดีให้ปริมาณที่พอเหมาะจะทำให้ไก่ไม่อ้วนจนเกินไปและไม่ผอมจนเกินไป ก่อนเลี้ยงไก่ ควรศึกษาราคาอาหารสำเร็จรูปของพื้นที่นั้นๆ เสียก่อนเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการขาดทุนเรื่องราคา การผสมอาหารก็ต้องเข้าใจสูตรที่เหมาะสม ไม่ใช่เน้นประหยัดสุดท้ายไก่ไม่สมบูรณ์ผลผลิตต่ำ บางทีไปเน้นอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่นข้าวเปลือกข้าวสาร รำข้าว โดยคิดว่าจะเลี้ยงเหมือนไก่พื้นบ้านทั่วไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการเพิ่มต้นทุนแต่การให้ผลผลิตต่ำ ไกโตช้าหรือไข่น้อย
6.ารสุขาภิบาลไม่ดี.ไม่เข้าใจการป้องกันและรักษาโรค ไก่ป่วยแต่ไม่ทราบว่าป่วย ใช้ยาไม่เป็น ใช้ยาไม่ตรงโรค เพราะไม่มีความรู้ ดูแลไม่เป็น แค่อยากเลี้ยงเฉยๆ ไก่เป็นโรค ติดต่อกันตายทั้งเล้า ผลสุดท้ายก็เลิกเลี้ยง






✅ 7.7. 7.การตลาดไม่ดี..ปัญหาหลักๆ คือเมื่อเลี้ยงไก่แล้วเราจะขายให้ใคร การสร้างลูกค้าประจำเป็นสิ่งจำเป็น โดยเราต้องคำนวณผลผลิตและสร้างตลาดประจำรองรับผลผลิต หรือการขายตรงหรือขายหน้าร้าน เป็นสิ่งจำเป็นอยู่เสมอ การขายผลผลิตในราคาที่คุ้มทุนเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้นการวางแผนคำนวณต้นทุนต่อเนื่องจะทำให้เราเข้าใจปัญหาด้านการตลาดที่ชัดเจนและแก้ไขได้ทันท่วงที

สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงก่อนคิดจะเลี้ยงไก่ คือ อย่าเลี้ยงเพราะอยากเลี้ยง จงเลี้ยงเพราะเรามีการวางแผนการเลี้ยงที่ดีมีความรู้ความเข้าใจในระบบการเลี้ยงเป็นอย่างดีนั่นเอง

วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ไก่นิวแฮมเชียร์

หากคุณกำลังมองหาไก่แบบเน้นเนื้อและไข่ โดยเน้นที่เนื้อ ไก่นิวแฮมเชียร์คือคำตอบที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งไก่นิวแฮมเชียร์ได้รับการพัฒนาในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ สหรัฐอเมริกา เป็นสายพันธุ์ที่ค่อนข้างได้รับการยอมรับเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยได้มาจากการผสมพันธุ์พัฒนาอย่างระมัดระวังขากไก่พันธุ์ Rhode Island Red  จุดเด่นของไก่พันธุ์นี้คือมีประสิทธิภาพแข็งแกร่งและทนทานต่อสภาพอากาศส่วนใหญ่สายพันธุ์นี้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับทั้งผู้เลี้ยงไก่รายใหม่และหรือผู้ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงไก่

ลักษณะเฉพาะ

1.สีขนของไก่ มีสีขนเหลืองเข้มหรือสีทองปนน้ำตาล หางสีดำอมเขียว ขนหูสีน้ำตาลอมเหลือง
2.ปากสีเหลืองอมน้ำตาล แข้งสีเหลืองอมน้ำตาล
3.ตุ้มหูสีแดง หงอนจักรเป็นส่วนใหญ่ 
4.ลักษณะพื้นฐานมีลักษณะคล้ายไก้โรดไอร์แลนด์เรด เพราะมีการพัฒนามาจากสายพันธุ์นั้นนั่ง
เป้าหมายของผู้เพาะพันธุ์ดั้งเดิมคือการปรับปรุงตามลักษณะที่ต้องการของ Rhode Island Red โดยมุ่งเน้นไปที่การมีขนสวยงาม น้ำหนักดีและการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว  โดยพื้นฐานสายพันธุ์ไก่ตัวเมียเป็นแม่ที่ดีมีการวางไข่ที่ดีสม่ำเสมอไก่นิวแฮมป์เชียร์เป็นไก่อ่อนโยน ไม่ค่อยก้าวร้าว มีความเชื่องกับผู้เลี้ยงพอประมาณ

เป็นสายพันธุ์ที่มีวัตถุประสงค์สองอย่าง คือการผลิตเนื้อที่มีคุณภาพ และการผลิตไข่ที่มีคุณภาพ ไก่ตัวผู้โตเต็มวัยน้ำหนักถึง 8.5 ปอนด์และตัวเมีย 6.5 ปอนด์ ไก่พวกนี้มีการผลิตไข่ที่มีขนาดใหญ่และใหญ่เป็นพิเศษ หากการเลี้ยงอย่างดีสามารถออกไข่ได้มากถึง 240 ฟองต่อปี 

สำหรับในบ้านเราการพัฒนาสายนี้ยังมีน้อย เนื่องจากวัตถุประสงค์การเลี้ยงสำหรับสายนี้ยังไม่เหมาะกับประเทศเรา คือมีไก่สายอื่นที่ให้ประสิทธิภาพดีกว่าสายพันธุ์นี้นั่นเอง

ไก่Hy-Line Brownไฮบริดชั้นแนวหน้าของโลก

Hy-line Brownราชินีไก่ไข่



ไก่ไข่ชั้นนำที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน - ให้ผลผลิตสูงกว่า 350 ฟองต่อปีมีอายุไข่ยาวนานถึง 80 สัปดาห์มีชีวิตที่ยอดเยี่ยม ให้คุณภาพไข่ที่ยอดเยี่ยม ประสิทธิภาพการผลิตที่ดีเยี่ยมและเป็นไก่อารมณ์ดีเหมาะมากสำหรับการผลิตแบบไก่ไข่อารมณ์ดี
ลักษณะเฉพาะสายพันธุ์
1.ขนสีน้ำตาล พื้นในสีขาว ขนหางสีขาวอมน้ำตาลออกขาวเด่นโดยเฉพาะตัวผู้  ปีกในสีขาวอมน้ำตาล (ตัวผู้อาจสีขนเป็นสีขาวอมเหลืองมีสาบปีกสีน้ำตาล)
2.ปากและแข้งสีขาวอมน้ำตาล
3.ขนหูสีน้ำตาล
4.ตุ้มหูสีแดง
5.ตาสีนำตาล


Hy-Line Brown มีจุดเด่นคือ
1.ให้ไข่มากที่สุดในโลก
2.มีนิสัยเชื่องที่สุดในโลก
3.อายุการให้ไข่ยาวนานที่สุดในโลก

ลักษณะไก่โร๊ดไอส์แลนด์เรด (Rhode Island Red) แท้

ไก่โร๊ดไอส์แลนด์เรด (Rhode Island Red)
ถิ่นกำเนิดจากประเทศอเมริกานำเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทยตั้งแต่ประมาณ ปี พ.ศ. 2498 โดยฝูงไก่ที่เลี้ยงของกรมปศุสัตว์เป้นฝูงที่เลี้ยงและรักษาพันธุ์มากว่า 50 ปี จนถือได้ว่าเป็นไก่โร๊ดไอส์แลนด์เรดสายพันธุ์กรมปศุสัตว์ แหล่งที่เลี้ยงพบมากในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศไทย
ลักษณะประจำพันธุ์
      -  เพศผู้  มีขนลำตัวสีน้ำตาลแดง ปลายของขนสร้อยคอ ปีก หาง มีสีดำ แข้งสีขาวหรือเหลืองอ่อนอมน้ำตาล ปากสีขาวอมน้ำตาลดำ ตุ้มหูสีแดง ขนหูสีน้ำตาลแดง(ถ้าแข้งหรือปากสีอื่นแสดงว่ากลายพันธุ์) ใบหน้าสีแดง หงอนมี 2 แบบคือหงอนจักรและหงอนฉัตร

  -  เพศเมีย  มีลักษณะเหมือนเพศผู้





ลักษณะสำคัญทางเศรษฐกิจ
เมื่ออายุให้ไข่ฟองแรก 147 - 197 วัน น้ำหนักตัวเมื่อให้ไข่ฟองแรก 1,749 - 2,111 กรัม ผลผลิตไข่ 216 - 266 ฟอง/ปี น้ำหนักไข่ 47 - 63 กรัม ไก่โร๊ดไอส์แลนด์เรด เป็นไก่กึ่งไข่กึ่งเนื้อ (Dual purpose) จึงเหมาะจะไช้เป็นสายแม่พันธุ์ในการผลิตไก่ลุกผสมพื้นเมืองไทย

ข้อควรคำนึงในการเลือกไก่สายนี้มาเลี้ยงคือ พันธุ์แท้ลักษณะสีปาก แข้ง ขนหูและตุ้มหูต้องตรงตามสายพันธุ์ หากไม่ตรงตามที่กำหนดแสดงว่าเป็นพันธุ์ทาง เช่นตุ้มหูขาว หรรือขนหูเหลือง หรือแข้งเหลือง แข้งขาว เป็นต้น

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ปัญหาการฟักไข่หน้าร้อน

ปัญหาการฟักไข่หน้าร้อนครับ มีปัญหาสำคัญคือ
1. ไข่เน่าเสียจำนวนมากเพราะอุณหภูมิและความชื้นไม่ได้ตามเกณฑ์
2. ไข่ฟักติดเปลือกไข่ คือลูกไก่ที่ออกมาใหม่ ๆ จะติดเปลือกไข่บริเวณก้น เอามาเลี้ยงก็ไม่โต เลี้ยงยาก ควรทำลายทิ้ง สาเหตุเดียวจากข้อ 1




3.. ลูกไก่ตายในเปลือกไข่ เพราะฟักไม่ออก สาเหตุเดียวกับข้อ 1
4. ฟักออกแล้วโดนไรกัดตายในรัง ปัญหานี้พบพบมากช่วงเดือน กุมภาพันธุ์ถึงเมษายน  พอฝนเริ่มตกปัญหานี้จะค่อยๆ หมดไป
5. แม่ไก่ไม่ยอมฟักไข่ลงจากรังบ่อยทำให้ไข่เน่าเสียเพราะอากาศร้อนมากแม่ไก่ทนไม่ไหวต้องลงจากรัง หรือไม่ก็เพราะแม่ไก่โดนไรไก่รบกวนจนทนไม่ไหว

สาเหตุทั้งหมดนี้หรือปัญหาทั้งหมดนี้เกิดจากอากาศร้อนและแห้งแล้ง ดังนั้นเราจึงต้องแก้ที่สาเหตุโดยใช้วิธีการที่เหมาะสม
1. เน้นให้คอกไก่มีร่มไม้บังช่วงเที่ยงช่วงบ่ายเพื่อลดความร้อนลดความร้อน ต้นไม้ที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกบังแสงแดดคือต้นตะขบ  เพราะจะมีลูกตลอดปีหล่นให้ไก่ได้กิน
2. ในช่วงที่อากาศร้อนจัด หรือแล้งจัดๆ ควรฉีดพ่นน้ำบริเวณคอกให้ชุ่มชื่นบ้าง ถ้าสามารถติดสปริงเกอร์บริเวณหลังคาคอกไก่ได้จะช่วยได้มาก ช่วงเดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม เราจำเป็นต้องฉีดพ้นน้ำช่วงสร้างความเย็นในโรงเรียน
3. ฉีดพ่นน้ำในรังไข่บ้างสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ฉีดบาง ๆ โดยอุปกรณ์หัวสเปรย์ละลองบาง ๆ แบบที่ใช้รีดผ้า (ในกรณีฟักด้วยตู้ฟักสิ่งนี้จำเป็นมากในช่วงฤดูร้อนและแห้ง)
4. รองรังไข่ด้วยวัสดุอุปกรณ์ป้องกันไรเช่น ใบยูคาลิปตัส ยาสูบ ใบตะไคร้ หรืออื่นๆ ตามเหมาะสม  บางทีอาจโดยด้วยยาฆ่ามดฆ่าปลวกบางๆ ใต้รังไข่ จะได้ผลดีมาก

เข้าใจไก่ไข่ของคุณดีหรือยัง

ชุดพ่อพันธุ์ 2023

 ชุดพ่อพันธุ์พัฒนาในช่วงปี2023 บางส่วน