วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ข้อคิดการให้น้ำไก่ชนยุค5จี

ข้อคิดการให้น้ำไก่ชนยุค5จี
เมื่อ20-30ปีก่อน ถึงวันออกสนามประลอง สิ่งที่ขาดไม่ได้ของมือน้ำโบราณคือ เตรียมอุปกรณ์ให้น้ำดูยุ่งยากไปหมด เตา ถ่าน น้ำ ใบตะไคร้ ใบหนาด ขมิ้นชัน ฯลฯ (ตามความเชื่อแต่ละซุ้ม)ต้องหาไปเอง สนามไม่มีให้ชนไก่สมัยก่อนสนามอยู่กลางป่าไม่มีน้ำประปา ไม่มีไฟฟ้า มืดมาใช้ตะเกียงเจ้าพายุ2-3ดวง...จุดกันเข้าไป พอไก่เข้าสังเวียน คนอยู่นอกต้องก่อไฟต้มน้ำ เตรียมการชนกัน12-15ยก บางทีสว่างคาตา ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไก่เชิงสมัยก่อนสองยกแรกไม่ต้องทำไรไล่หาหัวกันแผลไม่ค่อยเกิด ให้น้ำแต่ละยกกินข้าว ป้อนกล้วย และแตงจนแน่นกระเพาะ...ดูเหมือนมันจะย่อยเร็วนักหนา..เข้าทำนองกลัวไก่หิว ยาโด๊ปไก่บ้านนอกคือ ยาทัมใจ กระทิงแดง ไก่ในเมืองดีหน่อยมีกลูโคส หรือแบรนด์ว่ากันไปในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง และสถานที่กลางแจ้ง
จินตนาการการให้น้ำไก่สมัยก่อนเป็นจินตาการจากประสบการณ์ที่ลอกๆ กันมาไม่มีใครฟันธงว่าเป็นยังไง พิสูจน์ไม่ได้ เห็นว่าคนอื่นทำก็ทำตามกัน เน้นให้น้ำอุ่น นาบกระเบื้องก่อนเข้าชน ป้อนข้าวให้เยอะๆ เชื่อว่าไก่จะมีพลังบิน
วันเวลาเปลี่ยนไปแนวคิดความเชื่อเปลี่ยนไปพร้อมกับการเรียนรู้ใหม่ ๆ มือน้ำสมัยใหม่เปลี่ยนแนวคิดวิธีการให้น้ำโดยนำวิีการทางการแพทย์ที่ใช้กับคนมาประยุกต์ใช้ หลักการที่สำคัญคือในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยิ้ม
1.เน้นพักผ่อนมากกว่าการตกแต่งตัวไก่ พอไก่ออกมาก็จะให้พักก่อนเลยไม่ต้องทำอะไร โดยลูกน้ำพอเย็นๆ แล้วนอนพัก เรียกว่าเน้นลดอุณหภูมิในตัวไก่ก่อน เน้นให้หายเหนื่อยก่อนไม่ต้องรีบร้อนทำอย่างอื่น พักนอนซัก5-7 นาทีตามสภาพวิเคราะห์เอา...ว่างานต่อไปมีเยอะไหมทันเวลาไหม
2.พักเสร็จเอามาล้างหน้าล้างตา ปั่นคอนิดหนึ่ง ให้กินยาบำรุง ดูแผลจะทำตรงไหน อันนี้มือน้ำต้องนั่งคิดตั้งแต่ไก่ชนกันอยู่ในสังเวียนนะอย่ามาคิดตอนออกมาแล้ว ดูวาไก่เราถูกตีแผลไหน จะแก้ตรงไหนบ้าง ไขหัวถ่างตามัดปากอย่างไรทำตรงไหนให้ใช้เวลาสั้นที่สุดใช้เวลาซัก5-7นาที ให้เสร็จยิ่งน้อยยิ่งดี
3.เสร็จแล้วมียาบำรุงตัวไหนอีกก็กินเพิ่ม กินน้ำ นอนพัก5นาที เตรียมไก่เข้าสนาม ลูบไล้ให้เย็นเบาๆ ก่อนเข้าสนามก็พอในภาพอาจจะมี 1 คน
4.ข้อห้ามคือห้ามใช้น้ำแข็งวางบนตัวไก่ เอาผ้าเย็นลูบๆก็พอ ห้ามให้ความร้อน หรือชุดรมควันใดๆ เน้นให้ไก่ได้อ๊อกซิเจนเยอะๆ นอนดีๆ ห้ามทำรุนแรงค่อยๆ จับค่อยๆวาง ห้ามเสียงรบกวน ฯลฯ
นี่คือแนวทางการให้น้ำสมัยใหม่ครับ..ลองปรับดูโดยเฉพาะมือใหม่

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

เปิดจองลูกเจ้าหมอกมายา

เจ้าหมอกมายา พ่อไก่พม่าง่อนอายุ2ปี  น้ำหนัก3.0กก. เป็นสายม้าสีหมอกไก่เงินล้าน+สายม่าง่อนซีพีสายน้าแอ๊ด ลีลาล่อสั้นแข้งหน้าไวแม่เจ็บชนะสนามใหญ่3ไฟท์ไม่เกินอันสอง  จับคู่ผสมกับแม่สามตัว
1.แม่ชาดำกับชานม  สายดำคีรี เหล่าเก้าล้านเพชรหล่อเงิน
2.แม่ปื่นเก้าล้านแสนรัก แม่สาวพึ่งจะเริ่มไข่

ราคาคู่ละ 3000 บาทรวมส่ง รับประกันความนิ่งทางสายพันธุ์ไม่ผิดหวัง


พม่าสายม้าสีหมอกเป็นสายที่ผมตามติดตลอดเพราะมีการพัฒนาจ่ายลูกดี โดยเลือกจากสายที่จ่ายลูกชนหมื่นชนแสน รับรองไม่ผิดหวัง

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ยาสามัญประจำฟาร์ม

รักษาหวัดไก่ชน คอดัง หลอดลมอักเสบ หวัดหน้าบวม หวัดเรื้อรัง โรคอหิวาตกโรค โรคท้องร่วง โรคทางเดินหายใจหรือโรคทางเดินอาหารทั่วไปที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย 
1.ยาชุปเปอร์ไบโอพลัส  ใช้กับอาการป่วยที่รุนแรง ไก่อายุ 3-4 เดือนฉีดครั้งละ 0.2-0.5 ซีซี ไก่อายุ 5 เดือนขึ้นไปใช้ 0.5-1 ซีซี ใช้ฉีดวันละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 3-5 วัน และควรใช้คู่กับยาชุปเปอร์นาโนพลัส ในกรณีป่วยรุนแรง
2.ยาชุปเปอร์นาโนพลัส ใช้กับอาการโรคเริ่มแรกหรือไม่รุนแรง ไก่อายุ 2-4 เดือนครั้งละ 1-2 หยด ไก่อายุ 5 เดือนขึ้นไปใช้ 3-4หยด ใช้เช้า-เย็นติดต่อกัน 3-5 วัน



ชุดละ 220 บาทรวมค่าส่งแล้ว  ...ควรซื้อติดฟาร์มหรือซุ้มไว้เสมอ


วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

การรักษาไก่หลังชน


4.ตอนเช้าให้จับไก่ออกมาทำความสะอาดหน้าตา ทายารักษาแผลในช่วง 2-3 วันแรก งดกระเบื้องบริเวณหัวหรือใบหน้าเด็ดขาดเพราะจะทำให้เกิดปรวด วันแรกๆ ควรใช้นำแข็งประคบบริเวณที่เป็นแผลบวม ประคบเบาๆ อย่าแช่ที่เดียวให้ลูบไล้เบาๆตามลำตัวด้วย


1.กรณีไก่ไม่เจ็บมาก ให้อาหารอ่อนเสริมได้เล็กน้อย ในวันที่ 2 หลังจากชนแล้วนะครับ วันชนเสร็จไม่ควรให้อะไร ใส่น้ำไว้ก็พอ

hnong@lex: ตำราไก่ชนการรักษาไก่หลังชน
มือใหม่ส่วนมากยังไม่เข้าใจเทคนิคการดูแลไก่หลังชน ทำให้เสียไก่ตัวดีๆ ไปบ่อยๆ เคล็ดลับสำคัญกรณีการดูแลไก่หลังชนก็คือ
2.กรณีเจ็บมากชนิดหัวตก นอนซุกปีก หรือลุกไม่ขึ้น หัวบวมมาก หรือแผลหลังชัดเจน ควรงดอาหาร 2-3 วันหลังชน ให้เฉพาะน้ำใส่ไว้ก็พอ
3.หลังจากชนเสร็จถ้าเจ็บไม่มากให้กินยาแก้อักเสบ และฉีดยาบำรุง 1-2 วันก็พอ กรณีเจ็บหนักต้องฉีดยาแก้อักเสบและฉีดยาบำรุงประมาณ 3-5 วัน แล้วแต่อาการ
หยกคีรี จะเปิดให้จองทายาทเดือนหน้า | KAI CHON5.การลงกระเบื้องสามารถลงได้ในวันที่ 4 -5ขึ้นไป โดยลูบไล้เบาอย่างลงหนักเดี๋ยวไก่สุก บางทีแค่น้ำอุ่นๆ ก็พอ อันนี้มันไม่มีสูตรสำเร็จคนเลี้ยงต้องสังเกตไก่ตัวเองเป็นว่าควรลงหนักลงเบา เพราะไก่แต่ละตัวบาดเจ็บไม่เหมือนกัน ต้องฝึกสังเกต
6.กรณีแผลแบบซ้ำใน หรืออักเสบภายในมองเป็นสีเขียวดำ ควรลูบไล้ด้วยเจลเย็นเบา ๆ จะช่วยให้หายเร็วขึ้น มีหลายยี่ห้อเลือกเอา เจลมีสองแบบเจลเย็นกับเจลร้อน กรณีแผลซ้ำในใช้เจลเย็นนะ
7.บริเวณแผลที่ทายารักษาแผล ต้องทาควบคู่กับเจลรักษาแผลด้วย (ไม่ใช่เจลนวดนะเป็นยารักษาแผลที่มีลักษณะเป็นเจล) เพื่อไม่ให้เกิดการตึงของผิวหนัง ไก่จะขัดตัวไม่สบาย หรือแผลจะแห้งกรอบไม่หลุดร่อนง่าย ใครไม่มีเจลก็ปลูกหว่านหางจระเข้ไว้ซักกระถางสองกระถางพอแก้ขัดได้ ประหยัดด้วย
วันนี้ฝากคนเลี้ยงคนเล่นไก่ด้วยคติประจำใจสำคัญของเซียนจริงๆ คือ "อย่าเข้าข้างตนเอง จนลืมรับฟังผู้อื่น" วันนี้พอแค่นี้ขอบคุณครับ

ทำไมพม่าไม่ตีเชิง

เมื่อช่วง 20 ปีก่อนคนเลี้ยงไก่พม่าจะหาจ้องตีไก่เชิงอย่างเดียว ลีลาที่ชอบมาก ๆ คือ ลีลาโยกถอดถอย ลีลาขยายซ้ายขวา ลีลาม้าล่อสั้น หรือม้าล่อสั้นสลับยาว ลีลาจ้องหน้าหงอน ไก่พม่าพวกนี้ใครๆ ก็อยากได้ เพราะตีไก่เชิงดี

กลุ่มที่ 1คือไก่เชิงพนัส(รวมทั้งชลบุรี ระยอง แปดริ้วออกลีลลาใกล้เคียงกัน) ลีลาพวกนี้เน้นเลี้ยวคอบนสองคอ สองปีก
ไก่เชิงสมัยก่อนก็มี 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ที่โด่งดังคือ
ประวัติไก่ชนเงินล้าน ไก่ชนเงินล้าน ปี 2559 : ประวัติไก่ชนเงินล้าน ...กลุ่มที่ 2 คือไก่ตราด (ดังสุดก็ตำบลท่าพริก ส่วนเลี้ยงจริงก็กระจายไปหลายพื้นที่ รวมทั้งจันทบุรีด้วย) ลีลาพสกนี้เน้น มัดปีดแบกดั้ม นิ่งๆ มามีกอดทับสองคอ สรุปคือไก่พนัสจะเน้นบนมากกว่าล่าง ไก่ตราดจะเน้นล่างมากกว่า (ทุกวันนี้แยกยากนะเพราะมันผสมผสานกันมั่วไปหมดแล้ว...สมัยผู้เขียนเป็นหนุ่มเพื่อนมีรถกระบะคันเดียว ใส่หลังคาคอกหมูไปซื้อไก่สองกลุ่มนี้เป็นกลุ่มทีละ5-6 คน..ซื้อมาทีเต็มรถ20-50ตัวทั้งผู้ทั้งเมีย ไปปีละ 2-3รอบ สนุกนะเหมือนไปเที่ยวนอน2-3 วัน กว่าจะหาไก่ได้เพราะไม่มีฟาร์มเหมือนทุกวันนี้)
เปิด 5 อันดับไก่ชน ที่แพงที่สุดในโลก ที่สำคัญอยู่เมืองไทยทุกตัว ...ในสนามรบช่วง20ปี ถือว่าเป็นความพ่ายแพ้ของไก่เชิงไทยต่อไก่พม่าอย่างราบคาบเรียกว่าด่านทุกด่านถูกตีแตกยับ คงเหลือเหล่าป่าก๋อยซึ่งเปรียบเหมือนบ้านบางระจันที่คอยต่อกลอนกับพม่าอย่างไม่ลดราวาศอก จึงมีคนสนใจนำป่าก๋อยมาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สายพันธุ์ป่าก๋อยดังๆ จึงถูกขุดขึ้นมาผสมพัฒนาร่วมกับไก่เชิงไทยเดิมผสมอย่างลงตัวกับง่อน วันนี้ลูกผสมสไตล์นี้กำลังแพร่ขยายอย่างรวดเร็วในวงการไก่ชน...ก๋อยง่อน ..ก๋อยตราดง่อน...ก๋อยพนัสง่อน...ฯลฯ แล้วแต่จะตั้งกัน ซึ่งถือว่ามันคือสีสรรของวงการไก่ชนโดยแท้ หลายคนเริ่มทิ้งพม่าไปเพาะเชิงนี่คือปรากฎการณ์ใหม่วงการไก่ชนไทย
พัฒนาการไก่ชนมาถึงวันนี้คือ คนเลี้ยงไก่เชิงเริ่มหาตียาก พม่าแท้ ๆ ไม่อยากตีเชิง ส่วนใหญ่กลัวเสียไก่ไม่ใช่กลัวแพ้เสียทีเดียว เพราะถ้าชนกับเชิงแท้ๆ กัดจริง ๆ แม้ชนะก็ต้องทิ้งไปต่อไม่ได้ นี่คือปัญหาของการเปรียบคู่ตีในอนาคต เพราะแน่นอนว่าไก่เชิงในอนาคตต้องกัดจริงๆ เขาถึง😏จะเลี้ยงออกมา (ยกเว้นสนามชมรมยังพอมีไก่เชิงทั่วไปออกมาบ้างแต่ก็ต้องเดาว่าจะกัดไหม แต่สนามใหญ่ฟันธงเลยว่าร้อยละ90 กัดแน่ๆ)
แล้วพม่าเราจะเอายังไง...ทางออกปัจจุบันมีสองทางคือการเพาะพม่าลีลาไว้ตีเชิง กับพม่าต้องเปรียบชนพม่าเท่านั้น....คราวหน้าค่อยมาต่อ2ประเด็นนี้

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

รอยไก่กับปัญหาการพัฒนา


กรณีที่ไก่มีความพร้อม เทคนิคการไล่แข็งไก่พม่า มักเป็นไก่ฉลาดในอดีตช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ไก่รอยมาตรฐานที่นิยมเลี้ยงกันมากๆ คือรอย 2.9-3.3 กก. บางตัวถ้าเก่งอาจมีรอยชนถึง 3.7 กก.ก็ยังมีคู่ชนไก่รอยแบบนี้จะเป็นชนไก่ชนแพงหรือไก่เดินสาย ถ้าเป็นไก่รอยเล็ก 2.5-2.8 กก.ส่วนมาก็ชนตามหมู่บ้านบ่อนป่า ไปบ่อนใหญ่ก็ไม่มีคู่หรือต้องแบกน้ำหนัก

ช่วง20 ปี (ประมาณ 2540)ที่ผ่านมาไก่พม่ามามีบทบาท ตัวเล็กสามารถตีตัวใหญ่ได้ ไก่พม่าดีๆ สามารถแบกน้ำหนักตีได้เห็นบ่อยๆ คนก็เริ่มนำไก่พม่าเข้ามาเลี้ยง เป็นลูกผสม ง่อนม่าหรือไทยม่า ทำให้ไก่ชนม่รอยเล็กลงตามต้นแบบไก่พม่า
ไก่พม่าร้อยจริงๆ ที่ผู้เขียนนำมาเลี้ยงช่วงแรก มาจากแม่สายเชียงรายและท่าขี้เหล็กของพม่า เขาหากใส่ตะกร้าสานมา ตัวผู้โตสุดก็ 2.2-2.3 เท่านั้นเอง ส่วนมากจะรอย1.8-2.2กก. ตัวไหนที่โตถึง 2.5 กก.นี่แย่งกันซื้อ ยุคปี 2540-2550 นี่คือยุคที่ไก่พม่าอพยพมายังประเทศไทยมากที่สุดเกิดเครือข่ายค้าไก่พม่าทางภาคเหนือเพื่อส่งไก่ขายยังภาคอื่นๆ ทั่วไทย
ไก่พม่าเมื่อนำมาพัฒนาผสมกับสายอื่น เช่นง่อน ไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน บราชิล ฯลฯ (วันนี้กำลังไปสู่การผสมกับเปรู อินเดีย ปากีฯ อาหรับ ฯลฯ) ก็แตกลูกแตกหลานไปหลายลักษณะ ที่เด่นๆ คือมีขนาดที่โตขึ้น โครงสร้างดีขึ้นมาก
จําหน่าย ไก่ชน พม่ารําวง YouTube Stats, Channel Statistics & Analytics
เพิ่มคำอธิบายภาพ
ปัจจุบันรอยชนมาตรฐานสนามใหญ่ชนแพง รอยไก่ก็จะอยู่ในช่วง 2.7-3.0 กก. บางตัวอาจมีน้ำหนักถึง3.1-3.2 ก็มีเห็นอยู่แต่ไม่บ่อย ซึ่งแสดงว่าไก่มาตรฐานสำหรับสังคมไก่ชนวันนี้คือรอย2.7-3.0กก. ถ้ารอยต่ำกว่านี้ส่วนมากก็ชมรมหรือบ่อนป่า ถ้าไปสนามใหญ่โอกาสได้แบกน้ำหนักก็มีสูง (ข้อสังเกตยังไม่ปรากฎไก่ชนรอย2.4-2.5กก.ชนระดับเงินแสนเงินล้านบ่อยนักหรือแทบไม่มีเลย)
ดังนั้นการเลี้ยงไก่ให้ได้มาตรฐานสำหรับการเล่นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้ไก่ที่เลี้ยงมีราคาดี ถ้าเรามีไก่เก่ง 2.4กก. จะบอกราคาหมื่นราคาแสนก็ขายยาก นี่คือตัวชี้วัดมาตรฐานการเล่นไก่
แต่ก็มีปัญหาว่าไก่พม่ารอยใหญ่ทำให้เก่งมันยาก แต่รอยเล็กทำให้เก่งง่าย นี่ก็เป็นความจริงดังนั้นการพัฒนาจึงต้องเดินต่อไปไม่สิ้นสุด
ผมเคยซื้อแม่พม่าแม่สะเรียงร้อยตัวเล็กๆมาเพาะ ได้ไก่รอยเล็กบินเท้าไม่ติดดิน ทั้งตัวผู้ตัวเมียตีดีมาก แต่ติดที่มันเล็ก พอเอามาผสมง่อน ผสมไต้หวันมันโตขึ้นมันก็ไม่ค่อยบินแบบเดิม...หรือเพาะไก่ลีลาล่อสั้น พอเอามาผสมผ่านสายเลือดมันก็กลายเป็นไก่ท่องหัวให้เขาตี ดังนี้เป็นต้น
เพราะฉะนั้นจึงสรุปจากประสบการณ์ว่าสูตรการพัฒนารอยไก่ให้โตขึ้นโดยคงความเก่งไว้เช่นเดิมนี่ ยังทำไม่ได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็จะมีออกมาเก่งบ้างบางตัว ซึ่งก็ถือว่าเป็นเสน่ห์ของการพัฒนาไก่ชนต่อไป ..เพราะทุกคนก็ต่างตั้งความหวังว่าเพาะแล้วจะเก่งทั้งคอก...ซึ่งนี่มันกิเลสล้วนๆ เลยนะ

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ลักษณะไก่พม่าชนทางยาว


ลักษณะไก่พม่าน่าเลี้ยง
วันนี้จะขอพดถึงเฉพาะลักษณะทางกายภาพนะครับ ไม่เกี่ยวกับด้านคุณภาพหรือฝีมือไก่ เพราะเห็นว่าหลายท่านยังขาดประสบการณ์การเลี้ยงไก่พม่ายังมีคำถามมาเรื่อยๆ
ไก่พม่าที่จะใช้ชนทางยาวและมีอนาคตอันยาวไกลนั้น ควรมีลักษณะสำคัญคือ

Kaichonthailand
1.โครงสร้างรูปร่างดี คือสมส่วน ไม่เตี้ยหรือสูงเกินไป ไก่เตี้ยงจะเสียเปรียบเวลาเปรียบไก่โอกาสเก่งก็ไปไม่นาน ไก่สูงโปร่งจะเลี้ยงยากส่วนมากยืนดินไม่ดีขาอ่อน เลี้ยงให้แข็งแรงยาก ดังนั้นเวลาคัดก็ดูก่อนเลยรูปร่างน่าสนใจไหมPEDIGREEมั่นใจมาก!! นักเลงไก่ชนโชว์เงิน 15 ล้าน เล่นพนันไก่ชนนัดหยุดโลก ...2.ลำคอ กระดูกและผิวหนังดี เมื่อจับดูไก่ควรเป็นไก่กระดูกแข็งๆ ถ้าจับมีแต่เนื้อก็เอาไวเป็นตัวเลือกรองลงไป ผิวหนังส่วนที่มีไม่มีขนหุ้มจะออกแดงและหนา ไก่ผิวขาวผิวเหลืองหนังบางๆ แบบสาว16 ไม่ควรเลือกมาเลี้ยงเพราะส่วนมากอ่อนแอเลี้ยงยาก ไก่กระดูกดีหนังหนาจะเลี้ยงง่ายแข็งแรงดีเหมาะเป็นนักสู้
3.น้ำขนดี ไก่จะเก่งขนต้องมันวาวสวยงาม ขนปีกยาวหนา ไม่กรอบ แบบนี้จะเลี้ยงได้ยาวนาน
4.แข้งขานิ้วเล็บและอุ้งเท้าต้องดี แข้งขาควรเน้นไก่แขังแห้งๆ แข้งเล็กหรือใหญ่ก็ได้ ถ้าแข้งเล็กกลมท้องแข้งนูนยิ่งดี ถ้าท้องแข้งลึกไม่ควรเอามาเลี้ยง เกล็กแข้งควรสวยงามชัดเจนสมส่วน นิ้วควรยาวจับดูจะเกร็งแข็งเล็บแข็ง พวกนิ้วบางๆ แบบสาวงามไม่ควรเลี้ยงจะเป็นไก่อ่อน อุ้งเท้าควรบางไม่ปูด
5.ตาและดวงตาควรกลมเล็กรับกับคิวโก่งสวยงาม ไก่ตาใหญ่ ตาแหก ตากว้าง ไม่ควรเลือกมาเลี้ยง
6.ปากควรเลือกไก่ปากงุ้มพองามไม่ยาวหรือสั้นเกินไป จะเป็นปากที่มั่นคง
อันนี้คือวิธีเลือกไก่ที่สามารถเลี้ยงชนทางยาวได้ถ้าฝีมือดี ไก่พม่าส่วนมากมีปัญหาทางกายภาพในการเลี้ยงชนทางยาว คือมันบอบบางเกินไป เลี้ยงหนักๆ ชนบ่อยๆ จะไม่ดีกรอบง่าย..ดังนั้นเราจึงพบว่าไก่พม่าที่ชนแพงๆ ส่วนมากเป็นไก่โครงสร้างผสมง่อนหรือติดง่อนเกือบทั้งหมด..เวลาเราซื้อลูกหลานมาเพาะฟักส่วนมากเราก็เอามาผสมพม่าโครงสร้างจะเล็กลงแต่ฝีมือใช้ได้ดี แต่กลับหาไก่ที่ชนทางยาวไม่ค่อยได้ เพราะส่วนมากโครงสร้างบอบบางจะกรอบก่อนที่จะได้เดินสายชนทางยาว
อย่างไรก็ตามเมื่อเราตั้งใจทำลูกผสมง่อนก็จะมีปัญหาอีกคือฝีมือมันลดลง นานๆ จะมีทีเด็ดออกมา นี่ก็เป็นข้อจำกัดเช่นกัน ปัญหาเหล่านี้ยังไม่จบไม่สิ้น ยังเป็นปัญหาหลักในการพัฒนาไก่ต่อไปในอนาคต

แต่ถ้าท่านชอบเลี้ยงไก่การรู้จักเลือกเบื้องต้นก็เป็นสิ่งที่ดีที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ

เข้าใจไก่ไข่ของคุณดีหรือยัง

ชุดพ่อพันธุ์ 2023

 ชุดพ่อพันธุ์พัฒนาในช่วงปี2023 บางส่วน