วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ถอดรหัสพันธุกรรมพม่าเหล่าสวนมะนาวตอนที่ 1

กำเนิดไก่ชนเหล่าสวนมะนาวถือว่าเป็นพัฒนาการไก่ชนบ้านเราที่มีความสำคัญถึงยุคปัจจุบัน  เพราะไก่ชนที่ด่งดังที่สุดในช่วง2-3 ปีที่ผ่านมา (จะได้เขียนถึงไก่สายนี้ในโอกาสต่อไป)ก็มาจากไก่ชนสายนี้เป็นพื้นฐานส่วนหนึ่ง






       ไปฟังคุณโรจน์แห่งสวนมะนาวเล่าสู่ฟัง ไก่พม่าสวนมะนาวเกิดจากพ่อไก่พม่าตัวแรกคือ เจ้าเก้าเลื้ยว ที่นำเข้าบ้านสวนมะนาว.เริ่มต้นให้ไก่พม่าคือเจ้าขนขาด พ่อไก่พม่าตัวแรกจาก"รณชัย"ส่งต่อให้คุณมาโนช,บ้านเจ็ดร้อยไร่ไปผสมกับแม่ไก่ไทยสายเชิงสวนมะนาวใด้ไก่ลูกผสมไทยพม่าชุดแรกหลายตัว คุณมาโนช,ปล่ำดูแล้วบอกว่าไม่เก่งแต่คู่ต่อสู้มักหูหักและตาบอดเป็นที่น่าสงสัย..
       บ้านสวนมะนาวจึงขอไก่หนุ่มลูกผสมพม่าสีเขียวจากมาโนช,มาหนึ่งตัวลองปล่ำกับไก่เชิงไทยง่อนสายสวนมะนาวในบ้าน..เหนือความคาดหมายเอาไก่เชิงไทยง่อนไทย3kg.ปล่ำกับไก่ลูผสมไทยพม่า2.6kg.ดูเหมื่อน ไก่ไทยพม่า2.6ไม่มีทางสู้โดนกอดโดนทับล้มไปล้มมาแต่ทุกครั้งที่ลุกขึ้นก็จะบินออกแข้งไปที่หูที่หน้าไก่ไทยง่อน บางที่ก็ไหลหัวแอบใต้กระเพาะแต่ไม่เดินไก่ไทยง่อนกอดทับอยู่คล้ายจะตีใด้แต่ไม่มีแผลเป็นที่สงสัย  
           มือใหม่ไก่พม่าจึงเริ่มค้นหาจากแหล่งข้อมูล หลังจากเข้าเมืองส่งมะนาวเสร็จ จะตะเวรหาหนังสือไก่ชนทุกสำนักซื้อทุกเล่มที่มีข้อมูลไก่พม่า ในใจก็ครุ่นคิดวิเคาะเชิงว่าทำไม ตามสไตร์ไก่เชิง เก่งเจอเก่งน้ำหนักมากกว่ากัน1ขีดโอกาศแพ้มีสูง แต่นี่น้ำหนักน้อยกว่าร่วมครึ่งโลไก่เชิงตัวดีทำไมสู้ไม่ใด้..นึกย้อนหลังไคร่ควรดูตอนให้น้ำหลังปล่ำทำไม เลือดติดที่แข้งไก่ลูกไทยพม่าในวงแคบแค่ไกล้เดือย แต่ไก่ไทยง่อนที่ตีกับไก่เลือดไทยพม่าแทบไม่มีเลือดติดแข้งเลย หลังจากนั้นคุณมาโนช,เลื้ยงไก่ลูกไทยพม่าสีเหลืองสาขาวๆครอกเดียวกับที่เราขอมาออกตีที่บอนไก่ปางมะค่า  ตีกับไก่เชิงตัวเก่งบ้านบ่อถ่ำกำแพงเพรช ในใจก็ยังสงสัยอยู่ผลรับจะเป็นเหมือนกับที่เราปล่ำกับไก่เชิงไทยง่อนที่บ้านหรือเปล่า เข้ากลางอันเขาเดินช้าเรากับก้มหัวแลัวยืนนิ่งแอบหน้ากระเพาะเวลาโดนกอดช่วงนี้แหละเขาใด้ตีเขาตีข้อหัวเจ็บราคาเป็นรองแต่ไม่ไกล 4/1 แต่ๆเวลา"เขาตี"แล้วกระจายออกไปแล้ววิ่งเข้าหาเราเราใด้ตุ้มแล้วออกแข้งตีเจ็บพอเขาโดนแข้งเราแล้ววิ่งพล่าน ปลายอันแทบปิดเกมเพราะเขาเดินช้าลงเราแทงเข้าเต็มตาแค่เสมอเราเพราะไก่ลูกผสมพม่าเป็นของใหม่เซืยนไก่ยังไม่รู้พิษแข้ง เข้าอันสองใด้ไม่เต็มอัน2แพ้เรา
             ต่อมานำเจ้าเขียวไทยพม่าที่คุณมาโนช,ให้มาส่งคืนกลับไปเลื้ยงที่บ้านคุณมาโนช..โรงเรียนบ้านปางขนุนจะจัดชนไก่ระดมทุนช่วยโรงเรืยนกิจกรรมอาหารกลางวันเด็กและแล้ววันนัดก็มาถึงผู้คนมากมายหลายร้อยตีกัถึง4สังเวืยน ซุ้มใหญ่แถวอำเภอลาดยาวก็เอาไก่มาช่วยหลายตัว คุณมาโนช,เอาไก่ไปเปรืยบ..ได้คู่แล้วกับไก่พี่โรจน์ลาดยาว..คราวนี้จะได้พิสูจน์แล้วว่าไก่ลูกผสมไทยพม่าจะฟลุกชนะอย่างตัวก่อนหรือเปล่า ชนข้างละหมื่นพัน เริ่มปล่อยหางเอาอีกแล้วไม่แค่ตัวน้องแบบบ่อนปางมะค่านี่มันเปรียบใหญ่เล็กเหมือนพ่อกับลูก ใจก็นึกแล้วจะไหวไหมละ..สไตล์ชนเหมือนเดิมชนไม่สวยก้มหัวไหลหัวแต่เดินช้าบางครั้งก็ไม่เดินไก่เชิงตีไม่ใด้อาศัยแผลดี เป็นรองที่แรกๆท้ายสุดไก่ลาดยาวก็หูบวมตาปิดแพ้ไปอิกตัว...ดูเหมือจะสร้างความประหลาดใจให้กับคนเมืองอย่างเซืยนไก่ลาดยาวเป็นอย่างมากนั่งจับกลุ่มซุบซิบคุยกันตอนไก่ใกล้แพ้..หล้งจบเกมกลับบ้านไตร่ตรองดูแล้วใด้คำตอบว่าเราควรเลิกผสมไก่เชิงไทยโดยเด็ดขาดใด้แล้วและหันมาพัฒนาลูกผสมพม่าแบบสุดโต่ง...จากนี้ไปคือการหาพ่อไก่พม่าแสนเก่ง.....นี่คือกำเนิดสายสวนมะนาว

วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

การดูแลรักษาไก่ป่วยซีดหลังซ้อมหรือชน

ไก่ชนบางตัวเมื่อนำมาเลี้ยงฝึกซ้อมหรือนำไปชนกลับมาจะประสบปัญหาป่วยซีด น้ำหนักลด และในที่สุดจะไม่สู้ไก่ สาเหตุเกิดจากการเจ็บป่วยภายในเนื่องจากการบาดเจ็บจากการซ้อมหรือการชน เนื่องจากตับทำงานผิดปกติ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการได้รับบาดเจ็บภายในรุนแรงในขณะปล้ำวางหรือการใช้สารกระตุ้นการทำงานของร่างกายเกินขนาดหรือการออกกำลังกายจนเกินขนาดร่างกายทำงานหนักมากเป็นเหตุให้อวัยวะภายในทำงานหนักเกินไปจนบอบซ้ำโดยเฉพาะตับ
บางคนเลี้ยงไก่เอาแดดหนักเกินไปไก่หอบมากอวัยวะภายในทำงานหนักมาก จะบอบช้ำและเสียหาย จนถึงขั้นทำงานไม่ปกติImage result for ไก่หน้าซีดเกิดจากเชื้อในภาพอาจจะมี นก
นอกจากนี้การป่วยด้วยเชื้อโรคต่างๆ (โรคไก่มีจำนานมากมาย) โดยเฉพาะเชื้อที่มากับยุง จะเข้าสู่กระแสเลือดของไก่ “โรคมาลาเรียในไก่ (Chicken malaria)” ซึ่งเป็น โรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะนำโรค โรคมาลาเรียในไก่เป็นโรคติดต่อ ที่สำคัญ และพบการระบาดทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตอากาศ ร้อนชื้น และกึ่งร้อนชื้น เช่นทวีปเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้  โรคนี้ทำให้ไก่ป่วยมี ภาวะโลหิตจาง มีน้ำหนักลดลง ผอม ไม่มีแรง ไข่มีขนาดเล็กลง เปลือกบาง แตกง่าย  ในช่วงแรกที่ไก่ได้รับเชื้อ ไก่จะยังไม่แสดงอาการให้เห็นแบบทันที แต่จะค่อยๆส่งผล เช่น ไก่อยู่ดี ๆ เด่วหน้าแดงหน้าซีด หรือไก่ที่เลี้ยงตีแล้วลงนวม แต่บินไม่ดี ไม่แข็งแรง ทั้ง ๆ ที่เราดูแลกินยาบำรุงเป็นอย่างดี แต่หลังจากนั้นไก่จะแสดงอาการหน้าซีด เดี๋ยวแดง เดี๋ยวซีด อมชมพู ตามมาทันที เพราะว่า ร่างกายของไก่ตอนนั้นไม่แข็งแรงเต็มที่ หลังจากที่เรามาเอาออกกำลังกาย จะส่งผลให้ร่างกายทรุดลงอย่างรวดเร็วและผลที่ตามมาคือ หน้าซีดขาว กระเพาะไม่ย่อยตามมา
วิธีการรักษาในภาพอาจจะมี นกImage result for ไก่หน้าซีดเกิดจากเชื้อ
ขั้นตอนที่ 1 ถ้าหากพบเจออาการข้างต้น แนะนำว่าอย่าออกกำลังกายหนักๆ หรือปล้ำไก่โดยเด็ดขาด และใช้ยาฉีดบำรุงพวกวิตามินบีรวมที่วางขายและใช้สำหรับสัตว์ (ดูขนาดและอัตราการใช้ที่เหมาะสมถามสัตวแพทย์ให้เข้าใจก่อนใช้) ถ้าการป่วยเกิดจากสาเหตุการบาดเจ็บภายในอาการป่วยไก่จะค่อยๆ ดีขึ้น ควรนำไปปล่อยตามธรรมชาติหรือขังคอกที่มีพื้นที่กว้างให้อยู่อิสระ
ขั้นตอนที่ 2 ถ้าการรักษาด้วยวิธีแรกไม่ได้ผล ก็สัณนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการติดเชื้อมาลาเรียไก่ (ย้ำว่าเชื้อมีหลายชนิดที่สรุปแบบนี้เนื่องจากสาเหตุนี้เป็นสาเหตุใหญ่ ซึ่งก็อาจไม่ใช่เสมอไป) เราก็ใช้ยาพวกใช้ยาคลอโรควิน (Chloroquine) หรือ ยาด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) ชนิดใดชนิดหนึ่ง 1) ยาคลอโรควิน ออกฤทธิ์ได้ดี และรวดเร็วต่อเชื้อมาลาเรีย ระยะในเม็ดเลือดแดง ควรให้ยาในขนาด 30 มิลลิกรัม/น้ำหนักไก่ 1 กิโลกรัม/วัน ติดต่อกันนาน 4 วัน หลังจากนั้น ทุก 2 สัปดาห์ ให้ขนาด 10 มิลลิกรัม/น้ำหนัก ไก่ 1 กิโลกรัม/วัน ติดต่อกันนาน 4 วัน เพื่อป้องกันโรคต่อไป จนไก่ แสดงอาการดีขึ้นจึงหยุดให้ยา และไม่ควรให้ยายาวนานเพราะ อาจเกิดผลข้างเคียงของยาได้  (ควรปรึกษาสัตวแพทย์) เมื่อรักษาดีขึ้นแล้วก็ควรหาพื้นที่ปล่อยให้ไก่ฟื้นตัวตามธรรมชาติ
ขั้นตอนที่ 3 การให้สารอาหารเสริมเพื่อให้ไก่กลับสู่สภาพปกติ 1. ให้วิตามิน A, B และ C ผสมในน้ำ 2. ให้อาหารเสริมประเภทโปรตีน และกลูโคส เช่น ผสมกากน้ำตาลในอาหารเม็ด 3. ให้ยาบำรุงประเภทธาตุเหล็กเพิ่มช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใน การสร้างเม็ดเลือดแดง ทดแทนเม็ดเลือดแดงที่ถูกทำลายจาก เชื้อมาลาเรีย 
การป้องกันโรค ควรกำจัดยุง และแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ทำมุ้งรอบเล้าไก่ หรือเลี้ยงไก่ในระบบโรงเรือนปิดซึ่งสามารถกันยุงได้ และควรมีการตรวจเลือดไก่เป็นระยะ เพื่อจะได้ทราบสภาวะโรค โดยเฉพาะช่วงแรก ๆ ของฤดูฝน  อย่าลืมว่าการป้องกันดีกว่าการรักษานะครับ...

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

เทคนิคการเลี้ยงไก่ชน

ไก่หนุ่มที่จะเริ่มเลี้ยงครั้งแรก ต้องอาบน้ำด้วยแซมพูสระผมก่อนซัก2-3ครั้งเพื่อให้ไก่อาบน้ำง่าย ขนสวยเงางามและเป็นการไล่ไร เห็บหมัด ออกจากตัวไก่  จากนั้นให้เริ่มตามขั้นตอนดังนี้


1. ไก่หนุ่มเริ่มอาบน้ำเย็นทุกเช้า  ห้ามลงกระเบื้องเพราะไก่หนุ่มเนื้อตัวจะตึงเกินไปไม่อยากบิน ใช้เวลาอาบน้ำประมาณ 7 วัน แล้วจึงเริ่มซ้อมครั้งแรกและครั้งที่สอง ครั้งละ 1 ยก ๆ ละไม่เกิน 15 นาที ซ้อมครั้งที่ 3และ 4 เพิ่มเป็น20 นาที  นาที ครั้งที่5 เพิ่มเป็น 2 ยกๆละ 20นาที ช่วงเวลาปล้ำครั้งที่ 1-4 เวลาห่างกันประมาณ 10 วัน ครั้งที่ 5 เสร็จถ่ายยาเลี้ยงออกไล่แข็ง 3 ยก ใช้เวลาเลี้ยง 21 วัน 
2.วิธีออกกำลังไก่ 
2.1 สำหรับไก่เลี้ยงทั่วไปเพื่อคัดหรือปล้ำ ช่วงเช้า 6โมง นำไก่ที่เลี้ยงออกวิ่งสุ่มหรือวิ่งลู่ ปล่อยตาข่าย อบน้ำช่วง 2 โมงถึง 3 โมงเช้า ให้กินข้าว 4 โมงเก็บไก่เข้านอน เวลาประมาณบ่าย 3 โมงเย็น เอาน้ำเช็ดตัวไก่ที่เลี้ยงเล็กน้อย แล้วปล่อยตาข่าย ให้อาหารเข้านอน6 โมงเย็น
2.2สำหรับไก่เลี้ยงชน (ไก่ที่ผ่านการวางครั้งที่ 5 มาแล้ว ) ช่วง 6 โมงเช้าให้วิ่งถัง หรือโดดหลุม บินกล่อง หรือล่อวิ่ง ล่อโดด ตามเทคนิคแต่ละซุ้ม เมื่อได้ที่ขังสุ่มรออาบน้ำช่วง 2-3โมงเช้า ตากแดดจนเริ่มหอบค่อยนำเข้าอย่าให้หอบมากจะเสียไก่ได้ (ควรนอนในที่ร่มเย็นไม่มีสัตว์หรือคนรบกวน)บ่าย2 นำไก่ออกทำกิจกรรมเหมือนตอนเช้า และอาบน้ำตากแดด ให้กินอาหาร ยาบำรุงเข้านอนช่วง6โมงเย็น  


3.การลงขมิ้น
ไก่ที่เลี้ยงชนเวลาอาบน้ำไก่ในตอนเช้าต้องใช้น้ำอุ่นในช่วงที่ไก่ผ่านการซ้อมมาช่วงสัปดาห์แรก สัปดาห์ที่สองใช้น้ำเย็น (ใช้น้ำสมุนไพรต้มจะดีช่วยคลายเจ็บปวดเมื่อยและไร่ปาราสิตจากตัวไก่) เสร็จแล้วให้ทาขมิ้นบาง ๆ ช่วงเช้า ภาคบ่ายให้ล้างออก เน้นทาส่วนที่เป็นหนังและกล้ามเนื้อเป็นหลัก (แต่การลงขมิ้นครั้งแรกต้องลงทั่วตัวนะ)
4.สิ่งที่ต้องสังเกตขณะเลี้ยงไก่                                                                                                                     4.1 น้ำหนักไก่ ต้องควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไก่หนุ่มน้ำหนักจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามอายุ แต่ไม่เพิ่มมาก ต้องสังเกตช่วงน้ำหนักที่กำลังบินดีๆไว้เป็นมาตรฐาน บางคนพอไก่น้ำหนักเพิ่มมากมักจะเอาแดดหนักๆ นั่นเป็นวิธีที่ผิด เพราะในที่สุดไก่จะบักโกรกเลี้ยงไม่ขึ้นไม่มีแรง ต้องยอมรับความจริงว่าไก่แต่ละตัวเลี้ยงยากง่ายไม่เหมือนกันต้องปรับโปรแกรมการเลี้ยงเฉพาะแต่ละตัว                                              4.2การนอน ไก่ที่สมบูรณ์จะนอนที่เดียวถ่ายเป็นกองอยู่ที่เดียวไม่กระจัดกระจาย                                  4.3 ขี้ไก่ ต้องมีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆ มีการย่อยดีไม่มีเศษอาหารปนออกมา
5.การต้มน้ำอาบไก่
การเลี้ยงไก่ชนจะต้องอาบน้ำสมุนไพรจจึงจะเกิดผลดีต่อผิวหนัง เลือดลมของไก่ ซึ่งสมุนไพรที่ใช้มีดังนี้
              1. ไพลประมาณ 5 แว่น
              2. ใบส้มป่อยหรือใบมะขาม(ใช้แทนกันได้)ประมาณ 1 กำมือ
              3. ใบตะไคร้ หรือ ต้นตะไคร้ 3 ต้น
              4. ใบหนาด 5 ใบ
เอา 4 อย่างมารวมกันใส่หม้อต้มให้เดือดแล้วทิ้งไว้ให้อุ่น พออุ่น ๆ แล้วค่อยอาบน้ำไก่ แล้ว นำไปผึ่งแดดให้ขนแห้ง (สูตรสมุนไพรปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม)
วิธีการเลี้ยงไก่ชนไม่มีสูตรสำเร็จ แต่หลักการที่ให้ไปคือหลักการเบื้องต้นเท่านั้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

การผสมแบบCross Breeds

การผสมแบบครอสบรีดหรือการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์เป็นกระบวนการของการผสมพันธุ์โดยมีความตั้งใจที่จะสร้างลูกหลานที่มีลักษณะของเชื้อสายพ่อแม่หรือเพื่อผลิตสัตว์ที่มีความแข็งแรง มีลักษณะเด่นของสองสายพันธุ์มารวมกัน 

 


ในการพัฒนาไก่ชนลูกผสมการผสมข้ามสายพันธุ์เป็นสิ่งจำเป็นเพราะสายพันธุ์ดั้งเดิมของแต่ละสายมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกัน เช่น
-ไก่พม่า มีจุดเด่นที่ออกแข้งเร็วและแม่นยำ (ถ้าขาดสองอย่างนี้ก็เป็นพม่าตัดอ้อยห้ามเลี้ยง) จุดด้อยคือ บอบบาง อ่อนแอ เปรียว ตัวเล็ก
-ไก่ไทย จุดเด่นคือชั้นเชิงสวยงาม ร่างกายสมส่วน เชื่อง จุดด้อยคือ ความแม่นยำน้อย
-ไก่ไซ่ง่อน จุดเด่นคือแข็งแกร่ง ตีหนัก ตัวโต จุดอ่อนคือ ช้า ขนน้อยหักง่าย
-ไก่บราชิล จุดเด่นคือ แข็งแกร่ง ตีหนัก แม่นยำ จุดอ่อนคือ ชั้นเชิงน้อย
ถ้าเปรียบเทียบ 4 สายพันธุ์นี้ก็จะเห็นความแตกต่างที่ยังไม่ลงตัว ทุกสายยังขาดนั่นนิดนี่หน่อยจำเป็นต้องมีการผสมข้ามสายพันธุ์เพื่อทำให้สายพันธุ์มันส่งยีนส์เด่นออกมาในชั้นลูกหลาน ซึ่งผลของการพัฒนาจะมีได้หลายแบบเช่น
1.ได้จุดเด่นของพ่อและแม่มาทั้งหมด เช่นพม่าผสมง่อนก็จะได้ไวแม่นแข็งแกร่ง ซึ่งสิ่งที่ปรากฎอาจจะไม่โดดเด่นถึงลักษณะเด่นของพ่อแม่ แต่ก็สามารถเห็นได้ชัดเจนว่ามีการพัฒนาขึ้น
2.ได้ลักษณะเด่นของพ่อหรือแม่อย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องจากยีนส์เด่นของอีกฝ่ายไปข่มยีนส์ของอีกฝ่ายไม่ให้แสดงออกมาชัดเจน เช่น ผสมง่อนไทย จะได้ไก่มีชั้นเชิงดีขึ้นแต่ตีช้าลงตามแบบง่อนเป็นต้น
3.ได้ไก่ที่มีลักษณะด้อยของพ่อและแม่ออกมาทั้งหมด เช่นผสมพม่าง่อนก็จะได้ไก่ช้า โง่ ยืนโด่หรือวิ่งลายหัว เป็นต้น
ส่วนสัดส่วนที่จะปรากฎออกมาในชั้นลูกนี้ก็ไม่สามารถระบุชัดเจนได้เพราะลักษณะเด่นที่เป็นยีนส์ภายในสายพันธุ์เราไม่รู้ว่ารุ่นพ่อแม่ที่นำมาผสมกันนี้เป็นไก่พันธุ์แท้หรือพันธุ์ทาง ส่วนมากไก่ที่เรานำมาเลี้ยงก็ซื้อขายต่อ ๆ กันมาไม่ทราบประวัติเชิงลึก ดังนั้นการผสมข้ามสายโดยรูปแบบที่เราทำอยู่จึงเป็นการผสมแบบคาดเดาตามกฎเมนเดลเท่านั้น เราไม่สามารถควบคุมตัวแปรต่าง ๆ ก่อนการทดลองได้
อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ก็ถือว่าเป็นวิธีการที่นิยมในการสร้างสายพันธุ์ใหม่ ๆ เพื่อนำไปต่อยอดในชั้นหลานและเหลนต่อไปซึ่งโอกาศได้ไก่ดีๆ ตามเป้าหมายมีสูงขึ้น  เพียงต่อพอผสมในชั้นลูกแล้วพอไม่ดีตามที่ตั้งใจก็ทิ้งไม่มีการพัฒนาต่อซึ่งก็สูญเสียเวลา เงินทองและโอกาสในการพัฒนานั่น
การผสมแบบครอสบรีด เป็นการผสมเพื่อพัฒนาลักษณะเด่นของสายพันธุ์ขึ้นมาเป็นการเติมจุดเด่นลบจุดด้อยทางสายพันธุ์ แต่ยังจะไม่สามารถได้ลูกไก่ที่ดีพร้อมในชั้นนี้หรือถ้ามีก็น้อยมาก จำเป็นต้องมีการพัฒนาต่อในชั้นหลานเหลนต่อไป

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

การผสมแบบไลน์บรีดในไก่ชน ไก่พื้นเมืองและไก่ไข่


การพัฒนาพันธุ์สัตว์มีแนวทางการผสมที่สำคัญสองแนวทางใหญ่ ๆ คือ




1.การผสมแบบinbreeding คือการผสมพันธุ์สัตว์ที่คู่ผสมพันธุ์มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติใกล้ชิดกัน ไม่ว่าจะเป็นพ่อกับลูก แม่กับลูก ลูกครอกเดียวกัน หรือแม้กระทั่ง ลุง ป้า น้า อา กับหลานก็จัดอยู่ในกลุ่มอินบรีดดิ้งทั้งสิ้น

2.การผสมแบบlinebreeding คือการผสมพันธุ์สัตว์แบบอินบรีดดิ้งชนิดหนึ่งแต่วิธีการนี้จะไม่ผสมพันธุ์สัตว์ที่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติใกล้ชิดกันมากๆ หลักการคือจะพยายามที่จะให้เกิดการผสมเลือดชิดน้อยลง แต่ต้องการรักษาเลือดของสัตว์ตัวใดตัวหนึ่งที่ดีเป็นพิเศษเอาไว้ มีวิธีการได้หลายแบบตามใจนักผสมพันธุ์ต้องการ 

สมมุติเช่นมีพ่อไก่ชนตัวหนึ่งเก่งสุดยอด เราก็เอามาผสมกับตัวเมียที่ดีของเราได้ลูกออกมาครอกนึง หลังจากนั้นเราจะทำสายต่อ (ถ้าลูกผสมกันเองหรือลูกผสมกับพ่อจัดเป็นอินบรีดดิ้ง) และต้องการจะทำไลน์บรีดของพ่อไก่ตัวเก่ง อาจทำได้โดยคัดเลือกลูกตัวผู้สองตัวที่เหมือนพ่อที่สุดมา ก็เอาลูกตัวแรกผสมกับตัวเมียจากครอกA ลูกตัวที่สองผสมกับตัวเมียจากครอกB ลูกที่ได้จากทั้งสองครอกนี้คัดเลือกตัวที่เหมือนปู่มากที่สุดเอามาผสมพันธุ์ไขว้กัน จะได้ลูกไก่ชนที่มีเลือดสุดยอดพ่อไก่อยู่ 25% โดยเฉลี่ย ในสัตว์ที่ใช้การผสมเทียมมีการทำน้ำเชื้อแช่แข็งเก็บไว้จะสามารถมีลูกเล่นในการผสมไลน์บรีดดิ้งได้หลากหลาย เช่นเอาหลาน เหลนกลับไปผสมกับทวดอีกครั้ง

 ข้อดีของไลน์บรีดดิ้งคือถ้าในชนิดสัตว์ที่มีผลกระทบจากการผสมเลือดชิดง่าย เช่นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ปศุสัตว์ทั่วไป หรือแม้แต่สัตว์ที่อาจมียีนส์ผิดปกติแฝงอยู่การเกิดความผิดปกติจะเกิดน้อยลง


ข้อดีของอินบรีดดิ้งคือได้ความสม่ำเสมอของรุ่นลูกที่เกิดขึ้น รักษาลักษณะที่ดี ๆ ในฝูงสัตว์นั้นให้คงอยู่
ข้อเสียมีคล้ายกันคือ เกิดความผิดปกติในสัตว์ที่มียีนส์ที่ผิดปกติ หรือความแข็งแรงต้านทานโรคลดลง มากน้อยขึ้นกับชนิดของสัตว์ด้วย โอกาสของอินบรีดจะเกิดสูงกว่าไลน์บรีด

วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563

การเลี้ยงไก่ชนไซ่ง่อนเป็นอาชีพเสริม

         ไก่ชนไซ่ง่อนเป็นอีกสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมายาวนาน ไก่ชนสายพันธุ์นี้มีเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกช่วงสงครามอินโดจีน  โดยผ่านมาทางประเทศลาว และเข้ายังภาคอีสาน ผู้เขียนเองรู้จักไก่ไซ่ง่อนตั้งแต่จำความได้นับเวลาไม่ต่ำกว่า 50 ปี ที่มีการปล่อยเลี้ยงตามใต้ถุนบ้านของคนบ้านนอกสมัยโบราณ แต่ระยะหลังเริ่มหมดไปเพราะชาวบ้านไม่นิยมเลี้ยงเนื่องจากเนื้อเหนียว กระดูกแข็ง บริโภคไม่อร่อย  จนมาถึงช่วง20กว่าปีที่ผ่านมาประมาณปี 2535 เริ่มมีการนำเข้าไก่ชนไซ่ง่อนมาเล่นและเลี้ยงในประเทศอย่างแพร่หลายเพราะทางบริษัทซีพี ได้มีการแจกและขายสำหรับชาวบ้านนำไปขยายพันธุ์ ไก่ไซ่ง่อนจึงถูกนำไปผสมกับไก่สายอื่นอย่างหลากหลาย

      สำหรับคนที่คิดจะเลี้ยงไก่ไซ่ง่อนเป็นอาชีพเสริม ก็นับว่าเป็นแนวทางที่น่าสนใจเพราะไก่ไซ่งอนในช่วงหลังๆ ก็ยังมีความนิยมในการเลี้ยงอย่างแพร่หลายเช่นเดิม ส่วนแนวทางในการเลี้ยงและพัฒนาจำหน่ายนั้นสามารถจำแนกได้ 3 แนวทางคือ

1.การเลี้ยงไก่ไซ่ง่อนเลือดร้อย คือนำพ่อแม่พันธุ์เลือก100 มาผสมลูกจำหน่าย อันนี้เป็นแนวทางที่น่าสนใจเพราะอายุ 3 เดือนจะได้ราคาตัวละ500-1000บาท ตามสายพันธุ์ที่เราแสวงหามา
2.การเลี้ยงไก่ไซ่ง่อนผสมพม่า เป็นการพัฒนาเชื้อสายลูกผสมที่ต้องการโครงสร้างแข็งแรงและมีเชิงชนแบบไก่พม่า  อันนี้ก็เป็นไก่ที่มีความนิยมมากเช่นกันตลาดยังไปได้ไม่สิ้นสุด

3.การเลี้ยงไก่ไซ่ง่อนผสมไก่ป่าก๋อย นี่ก็เป็นสายที่นิยมมากเช่นกัน คิดว่าอนาคตตลาดสายนี้ก็น่าจะโตไม่มีขีดจำกัด การพัฒนาสายนี้มีแนวโน้มการส่งออกต่างประเทศที่ดีด้วย เพราะชาวอินโดนีเซีย มีความนิยมไก่ชนสไตล์แบบนี้

ส่วนรูปแบบอื่นที่มีการพัฒนาในปัจจุบัน มีการนำเอาไก่ต่างประเทศนานาสายพันธุ์มาพัฒนาต่อยอด เช่นไก่บราชิล ไก่อินเดีย ไก่อาหรับ ไก่เปรู ไก่ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ซึ่งก็เป็นช่องทางในการพัฒนาไก่ไซ่ง่อนด้วยเช่นกัน 

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563

การเลี้ยงไก่ชนพม่าสร้างอาชีพ

ตลาดไก่ชนพม่ายังถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพมาตลอดระยะเวลา 20-30 ปี ที่ผ่านมา แม้ในปัจจุบันความนิยมพม่าเลือดร้อยจะลดลงหรือหดหายไปในสังเวียนคนชนไก่ แต่ไก่ชนพม่าก็ได้พัฒนาสายพันธุ์ไปสู่แนวทางที่เหมาะสมกับการเล่นไก่ชนในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ยังคงเค้าโครงพม่าเดิมๆ ให้เห็นคือ




1.ลีลาเชิงชนที่โดดเด่น ได้แก่ โยกลอดถอดถอย ม้าล่อสั้น ม้าล่อยาว ลีลาดีดแข้งหน้าที่แม่นยำ นี่คือลีลาเชิงชนที่ยังคลาสสิคของไก่ชนพม่าไม่เคยเสื่อมคลาย
2.สีสันตามแบบพม่า ได้แก่ สีสาขาว สาดำ สาเหลืองดอกหมาก สีกรดเหลือ กรดแดง กรดดู่ สีหมากเหลือง หมากแดง สีเหล่านี้คือสีหลักๆ ที่ยังโดดเด่นแสดงถึงเอกลักษณ์ทางสายพันธุ์ที่งดงาม
ส่วนสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากพม่าเลือดร้อยในอดีต เรื่องหลักๆ คือ
1.โครงสร้างทางร่างกาย จากโครงสร้างเล็กบอบบาง(เดิมทีไก่พม่าเลือดร้อยน้ำหนักช่วงหนุ่มๆ ประมาณ 1.5-2.5 กก.เท่านั้น) ปัจจุบันไก่พม่าเปลี่ยนแปลงไปสู่โครงสร้างที่หนาใหญ่แข็งแกร่งขึ้น (ไก่หนุ่มพัฒนาเลือดพม่าปัจจุบัน นน.2.5-3.0 กก.โดยประมาณ) ผิวหนังหนาและแดง  ซึ่งแสดงถึงการมีเลือดผสมของสายอื่นอยู่ภายในยีนส์อย่างชัดเจน
2.นิสัยความอดทนมีมากขึ้น ความเปรียวลดลง พฤติกรรมการนอนบนที่สูงหรือบินขึ้นสู่ที่สูงแบบไก่ป่าลดลง สามารถนำมาเลี้ยงให้เชื่องได้ง่ายขึ้น 
ดังนั้นเมื่อคิดจะเลี้ยงไก่พม่าเพื่อทำฟาร์มแบบสร้างอาชีพ สิ่งสำคัญที่นักเพาะเลี้ยงต้องคำนึงคือ การพัฒนาไก่พม่าให้มีลักษณะเด่นตามยุคตามสมัยนั้นเอง การเลี้ยงไก่พม่าแบบเลือดร้อในอดีตอาจไม่จำเป็นอีกต่อไปสำหรับทิศทางการพัฒนาไก่ชนพม่าในยุคนี้ เพราะไก่พม่าได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาอย่างหลากหลายเราสามารถเลือกหยิบมาต่อยอดพัฒนาได้ง่ายขึ้น  จนอาจกล่าวได้ว่าไก่พม่ายุคใหม่ก็คือไก่ชนไทยที่มีการพัฒนาสายเลือดมาจากไก่พม่านั่นเอง ซึ่งจะไม่ใช่ไก่พม่าเลือดร้อยดังเช่นในอดีต

เข้าใจไก่ไข่ของคุณดีหรือยัง

ชุดพ่อพันธุ์ 2023

 ชุดพ่อพันธุ์พัฒนาในช่วงปี2023 บางส่วน