วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

เทคนิคการเลี้ยงไก่ชน

ไก่หนุ่มที่จะเริ่มเลี้ยงครั้งแรก ต้องอาบน้ำด้วยแซมพูสระผมก่อนซัก2-3ครั้งเพื่อให้ไก่อาบน้ำง่าย ขนสวยเงางามและเป็นการไล่ไร เห็บหมัด ออกจากตัวไก่  จากนั้นให้เริ่มตามขั้นตอนดังนี้


1. ไก่หนุ่มเริ่มอาบน้ำเย็นทุกเช้า  ห้ามลงกระเบื้องเพราะไก่หนุ่มเนื้อตัวจะตึงเกินไปไม่อยากบิน ใช้เวลาอาบน้ำประมาณ 7 วัน แล้วจึงเริ่มซ้อมครั้งแรกและครั้งที่สอง ครั้งละ 1 ยก ๆ ละไม่เกิน 15 นาที ซ้อมครั้งที่ 3และ 4 เพิ่มเป็น20 นาที  นาที ครั้งที่5 เพิ่มเป็น 2 ยกๆละ 20นาที ช่วงเวลาปล้ำครั้งที่ 1-4 เวลาห่างกันประมาณ 10 วัน ครั้งที่ 5 เสร็จถ่ายยาเลี้ยงออกไล่แข็ง 3 ยก ใช้เวลาเลี้ยง 21 วัน 
2.วิธีออกกำลังไก่ 
2.1 สำหรับไก่เลี้ยงทั่วไปเพื่อคัดหรือปล้ำ ช่วงเช้า 6โมง นำไก่ที่เลี้ยงออกวิ่งสุ่มหรือวิ่งลู่ ปล่อยตาข่าย อบน้ำช่วง 2 โมงถึง 3 โมงเช้า ให้กินข้าว 4 โมงเก็บไก่เข้านอน เวลาประมาณบ่าย 3 โมงเย็น เอาน้ำเช็ดตัวไก่ที่เลี้ยงเล็กน้อย แล้วปล่อยตาข่าย ให้อาหารเข้านอน6 โมงเย็น
2.2สำหรับไก่เลี้ยงชน (ไก่ที่ผ่านการวางครั้งที่ 5 มาแล้ว ) ช่วง 6 โมงเช้าให้วิ่งถัง หรือโดดหลุม บินกล่อง หรือล่อวิ่ง ล่อโดด ตามเทคนิคแต่ละซุ้ม เมื่อได้ที่ขังสุ่มรออาบน้ำช่วง 2-3โมงเช้า ตากแดดจนเริ่มหอบค่อยนำเข้าอย่าให้หอบมากจะเสียไก่ได้ (ควรนอนในที่ร่มเย็นไม่มีสัตว์หรือคนรบกวน)บ่าย2 นำไก่ออกทำกิจกรรมเหมือนตอนเช้า และอาบน้ำตากแดด ให้กินอาหาร ยาบำรุงเข้านอนช่วง6โมงเย็น  


3.การลงขมิ้น
ไก่ที่เลี้ยงชนเวลาอาบน้ำไก่ในตอนเช้าต้องใช้น้ำอุ่นในช่วงที่ไก่ผ่านการซ้อมมาช่วงสัปดาห์แรก สัปดาห์ที่สองใช้น้ำเย็น (ใช้น้ำสมุนไพรต้มจะดีช่วยคลายเจ็บปวดเมื่อยและไร่ปาราสิตจากตัวไก่) เสร็จแล้วให้ทาขมิ้นบาง ๆ ช่วงเช้า ภาคบ่ายให้ล้างออก เน้นทาส่วนที่เป็นหนังและกล้ามเนื้อเป็นหลัก (แต่การลงขมิ้นครั้งแรกต้องลงทั่วตัวนะ)
4.สิ่งที่ต้องสังเกตขณะเลี้ยงไก่                                                                                                                     4.1 น้ำหนักไก่ ต้องควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไก่หนุ่มน้ำหนักจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามอายุ แต่ไม่เพิ่มมาก ต้องสังเกตช่วงน้ำหนักที่กำลังบินดีๆไว้เป็นมาตรฐาน บางคนพอไก่น้ำหนักเพิ่มมากมักจะเอาแดดหนักๆ นั่นเป็นวิธีที่ผิด เพราะในที่สุดไก่จะบักโกรกเลี้ยงไม่ขึ้นไม่มีแรง ต้องยอมรับความจริงว่าไก่แต่ละตัวเลี้ยงยากง่ายไม่เหมือนกันต้องปรับโปรแกรมการเลี้ยงเฉพาะแต่ละตัว                                              4.2การนอน ไก่ที่สมบูรณ์จะนอนที่เดียวถ่ายเป็นกองอยู่ที่เดียวไม่กระจัดกระจาย                                  4.3 ขี้ไก่ ต้องมีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆ มีการย่อยดีไม่มีเศษอาหารปนออกมา
5.การต้มน้ำอาบไก่
การเลี้ยงไก่ชนจะต้องอาบน้ำสมุนไพรจจึงจะเกิดผลดีต่อผิวหนัง เลือดลมของไก่ ซึ่งสมุนไพรที่ใช้มีดังนี้
              1. ไพลประมาณ 5 แว่น
              2. ใบส้มป่อยหรือใบมะขาม(ใช้แทนกันได้)ประมาณ 1 กำมือ
              3. ใบตะไคร้ หรือ ต้นตะไคร้ 3 ต้น
              4. ใบหนาด 5 ใบ
เอา 4 อย่างมารวมกันใส่หม้อต้มให้เดือดแล้วทิ้งไว้ให้อุ่น พออุ่น ๆ แล้วค่อยอาบน้ำไก่ แล้ว นำไปผึ่งแดดให้ขนแห้ง (สูตรสมุนไพรปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม)
วิธีการเลี้ยงไก่ชนไม่มีสูตรสำเร็จ แต่หลักการที่ให้ไปคือหลักการเบื้องต้นเท่านั้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

การผสมแบบCross Breeds

การผสมแบบครอสบรีดหรือการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์เป็นกระบวนการของการผสมพันธุ์โดยมีความตั้งใจที่จะสร้างลูกหลานที่มีลักษณะของเชื้อสายพ่อแม่หรือเพื่อผลิตสัตว์ที่มีความแข็งแรง มีลักษณะเด่นของสองสายพันธุ์มารวมกัน 

 


ในการพัฒนาไก่ชนลูกผสมการผสมข้ามสายพันธุ์เป็นสิ่งจำเป็นเพราะสายพันธุ์ดั้งเดิมของแต่ละสายมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกัน เช่น
-ไก่พม่า มีจุดเด่นที่ออกแข้งเร็วและแม่นยำ (ถ้าขาดสองอย่างนี้ก็เป็นพม่าตัดอ้อยห้ามเลี้ยง) จุดด้อยคือ บอบบาง อ่อนแอ เปรียว ตัวเล็ก
-ไก่ไทย จุดเด่นคือชั้นเชิงสวยงาม ร่างกายสมส่วน เชื่อง จุดด้อยคือ ความแม่นยำน้อย
-ไก่ไซ่ง่อน จุดเด่นคือแข็งแกร่ง ตีหนัก ตัวโต จุดอ่อนคือ ช้า ขนน้อยหักง่าย
-ไก่บราชิล จุดเด่นคือ แข็งแกร่ง ตีหนัก แม่นยำ จุดอ่อนคือ ชั้นเชิงน้อย
ถ้าเปรียบเทียบ 4 สายพันธุ์นี้ก็จะเห็นความแตกต่างที่ยังไม่ลงตัว ทุกสายยังขาดนั่นนิดนี่หน่อยจำเป็นต้องมีการผสมข้ามสายพันธุ์เพื่อทำให้สายพันธุ์มันส่งยีนส์เด่นออกมาในชั้นลูกหลาน ซึ่งผลของการพัฒนาจะมีได้หลายแบบเช่น
1.ได้จุดเด่นของพ่อและแม่มาทั้งหมด เช่นพม่าผสมง่อนก็จะได้ไวแม่นแข็งแกร่ง ซึ่งสิ่งที่ปรากฎอาจจะไม่โดดเด่นถึงลักษณะเด่นของพ่อแม่ แต่ก็สามารถเห็นได้ชัดเจนว่ามีการพัฒนาขึ้น
2.ได้ลักษณะเด่นของพ่อหรือแม่อย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องจากยีนส์เด่นของอีกฝ่ายไปข่มยีนส์ของอีกฝ่ายไม่ให้แสดงออกมาชัดเจน เช่น ผสมง่อนไทย จะได้ไก่มีชั้นเชิงดีขึ้นแต่ตีช้าลงตามแบบง่อนเป็นต้น
3.ได้ไก่ที่มีลักษณะด้อยของพ่อและแม่ออกมาทั้งหมด เช่นผสมพม่าง่อนก็จะได้ไก่ช้า โง่ ยืนโด่หรือวิ่งลายหัว เป็นต้น
ส่วนสัดส่วนที่จะปรากฎออกมาในชั้นลูกนี้ก็ไม่สามารถระบุชัดเจนได้เพราะลักษณะเด่นที่เป็นยีนส์ภายในสายพันธุ์เราไม่รู้ว่ารุ่นพ่อแม่ที่นำมาผสมกันนี้เป็นไก่พันธุ์แท้หรือพันธุ์ทาง ส่วนมากไก่ที่เรานำมาเลี้ยงก็ซื้อขายต่อ ๆ กันมาไม่ทราบประวัติเชิงลึก ดังนั้นการผสมข้ามสายโดยรูปแบบที่เราทำอยู่จึงเป็นการผสมแบบคาดเดาตามกฎเมนเดลเท่านั้น เราไม่สามารถควบคุมตัวแปรต่าง ๆ ก่อนการทดลองได้
อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ก็ถือว่าเป็นวิธีการที่นิยมในการสร้างสายพันธุ์ใหม่ ๆ เพื่อนำไปต่อยอดในชั้นหลานและเหลนต่อไปซึ่งโอกาศได้ไก่ดีๆ ตามเป้าหมายมีสูงขึ้น  เพียงต่อพอผสมในชั้นลูกแล้วพอไม่ดีตามที่ตั้งใจก็ทิ้งไม่มีการพัฒนาต่อซึ่งก็สูญเสียเวลา เงินทองและโอกาสในการพัฒนานั่น
การผสมแบบครอสบรีด เป็นการผสมเพื่อพัฒนาลักษณะเด่นของสายพันธุ์ขึ้นมาเป็นการเติมจุดเด่นลบจุดด้อยทางสายพันธุ์ แต่ยังจะไม่สามารถได้ลูกไก่ที่ดีพร้อมในชั้นนี้หรือถ้ามีก็น้อยมาก จำเป็นต้องมีการพัฒนาต่อในชั้นหลานเหลนต่อไป

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

การผสมแบบไลน์บรีดในไก่ชน ไก่พื้นเมืองและไก่ไข่


การพัฒนาพันธุ์สัตว์มีแนวทางการผสมที่สำคัญสองแนวทางใหญ่ ๆ คือ




1.การผสมแบบinbreeding คือการผสมพันธุ์สัตว์ที่คู่ผสมพันธุ์มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติใกล้ชิดกัน ไม่ว่าจะเป็นพ่อกับลูก แม่กับลูก ลูกครอกเดียวกัน หรือแม้กระทั่ง ลุง ป้า น้า อา กับหลานก็จัดอยู่ในกลุ่มอินบรีดดิ้งทั้งสิ้น

2.การผสมแบบlinebreeding คือการผสมพันธุ์สัตว์แบบอินบรีดดิ้งชนิดหนึ่งแต่วิธีการนี้จะไม่ผสมพันธุ์สัตว์ที่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติใกล้ชิดกันมากๆ หลักการคือจะพยายามที่จะให้เกิดการผสมเลือดชิดน้อยลง แต่ต้องการรักษาเลือดของสัตว์ตัวใดตัวหนึ่งที่ดีเป็นพิเศษเอาไว้ มีวิธีการได้หลายแบบตามใจนักผสมพันธุ์ต้องการ 

สมมุติเช่นมีพ่อไก่ชนตัวหนึ่งเก่งสุดยอด เราก็เอามาผสมกับตัวเมียที่ดีของเราได้ลูกออกมาครอกนึง หลังจากนั้นเราจะทำสายต่อ (ถ้าลูกผสมกันเองหรือลูกผสมกับพ่อจัดเป็นอินบรีดดิ้ง) และต้องการจะทำไลน์บรีดของพ่อไก่ตัวเก่ง อาจทำได้โดยคัดเลือกลูกตัวผู้สองตัวที่เหมือนพ่อที่สุดมา ก็เอาลูกตัวแรกผสมกับตัวเมียจากครอกA ลูกตัวที่สองผสมกับตัวเมียจากครอกB ลูกที่ได้จากทั้งสองครอกนี้คัดเลือกตัวที่เหมือนปู่มากที่สุดเอามาผสมพันธุ์ไขว้กัน จะได้ลูกไก่ชนที่มีเลือดสุดยอดพ่อไก่อยู่ 25% โดยเฉลี่ย ในสัตว์ที่ใช้การผสมเทียมมีการทำน้ำเชื้อแช่แข็งเก็บไว้จะสามารถมีลูกเล่นในการผสมไลน์บรีดดิ้งได้หลากหลาย เช่นเอาหลาน เหลนกลับไปผสมกับทวดอีกครั้ง

 ข้อดีของไลน์บรีดดิ้งคือถ้าในชนิดสัตว์ที่มีผลกระทบจากการผสมเลือดชิดง่าย เช่นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ปศุสัตว์ทั่วไป หรือแม้แต่สัตว์ที่อาจมียีนส์ผิดปกติแฝงอยู่การเกิดความผิดปกติจะเกิดน้อยลง


ข้อดีของอินบรีดดิ้งคือได้ความสม่ำเสมอของรุ่นลูกที่เกิดขึ้น รักษาลักษณะที่ดี ๆ ในฝูงสัตว์นั้นให้คงอยู่
ข้อเสียมีคล้ายกันคือ เกิดความผิดปกติในสัตว์ที่มียีนส์ที่ผิดปกติ หรือความแข็งแรงต้านทานโรคลดลง มากน้อยขึ้นกับชนิดของสัตว์ด้วย โอกาสของอินบรีดจะเกิดสูงกว่าไลน์บรีด

วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563

การเลี้ยงไก่ชนไซ่ง่อนเป็นอาชีพเสริม

         ไก่ชนไซ่ง่อนเป็นอีกสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมายาวนาน ไก่ชนสายพันธุ์นี้มีเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกช่วงสงครามอินโดจีน  โดยผ่านมาทางประเทศลาว และเข้ายังภาคอีสาน ผู้เขียนเองรู้จักไก่ไซ่ง่อนตั้งแต่จำความได้นับเวลาไม่ต่ำกว่า 50 ปี ที่มีการปล่อยเลี้ยงตามใต้ถุนบ้านของคนบ้านนอกสมัยโบราณ แต่ระยะหลังเริ่มหมดไปเพราะชาวบ้านไม่นิยมเลี้ยงเนื่องจากเนื้อเหนียว กระดูกแข็ง บริโภคไม่อร่อย  จนมาถึงช่วง20กว่าปีที่ผ่านมาประมาณปี 2535 เริ่มมีการนำเข้าไก่ชนไซ่ง่อนมาเล่นและเลี้ยงในประเทศอย่างแพร่หลายเพราะทางบริษัทซีพี ได้มีการแจกและขายสำหรับชาวบ้านนำไปขยายพันธุ์ ไก่ไซ่ง่อนจึงถูกนำไปผสมกับไก่สายอื่นอย่างหลากหลาย

      สำหรับคนที่คิดจะเลี้ยงไก่ไซ่ง่อนเป็นอาชีพเสริม ก็นับว่าเป็นแนวทางที่น่าสนใจเพราะไก่ไซ่งอนในช่วงหลังๆ ก็ยังมีความนิยมในการเลี้ยงอย่างแพร่หลายเช่นเดิม ส่วนแนวทางในการเลี้ยงและพัฒนาจำหน่ายนั้นสามารถจำแนกได้ 3 แนวทางคือ

1.การเลี้ยงไก่ไซ่ง่อนเลือดร้อย คือนำพ่อแม่พันธุ์เลือก100 มาผสมลูกจำหน่าย อันนี้เป็นแนวทางที่น่าสนใจเพราะอายุ 3 เดือนจะได้ราคาตัวละ500-1000บาท ตามสายพันธุ์ที่เราแสวงหามา
2.การเลี้ยงไก่ไซ่ง่อนผสมพม่า เป็นการพัฒนาเชื้อสายลูกผสมที่ต้องการโครงสร้างแข็งแรงและมีเชิงชนแบบไก่พม่า  อันนี้ก็เป็นไก่ที่มีความนิยมมากเช่นกันตลาดยังไปได้ไม่สิ้นสุด

3.การเลี้ยงไก่ไซ่ง่อนผสมไก่ป่าก๋อย นี่ก็เป็นสายที่นิยมมากเช่นกัน คิดว่าอนาคตตลาดสายนี้ก็น่าจะโตไม่มีขีดจำกัด การพัฒนาสายนี้มีแนวโน้มการส่งออกต่างประเทศที่ดีด้วย เพราะชาวอินโดนีเซีย มีความนิยมไก่ชนสไตล์แบบนี้

ส่วนรูปแบบอื่นที่มีการพัฒนาในปัจจุบัน มีการนำเอาไก่ต่างประเทศนานาสายพันธุ์มาพัฒนาต่อยอด เช่นไก่บราชิล ไก่อินเดีย ไก่อาหรับ ไก่เปรู ไก่ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ซึ่งก็เป็นช่องทางในการพัฒนาไก่ไซ่ง่อนด้วยเช่นกัน 

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563

การเลี้ยงไก่ชนพม่าสร้างอาชีพ

ตลาดไก่ชนพม่ายังถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพมาตลอดระยะเวลา 20-30 ปี ที่ผ่านมา แม้ในปัจจุบันความนิยมพม่าเลือดร้อยจะลดลงหรือหดหายไปในสังเวียนคนชนไก่ แต่ไก่ชนพม่าก็ได้พัฒนาสายพันธุ์ไปสู่แนวทางที่เหมาะสมกับการเล่นไก่ชนในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ยังคงเค้าโครงพม่าเดิมๆ ให้เห็นคือ




1.ลีลาเชิงชนที่โดดเด่น ได้แก่ โยกลอดถอดถอย ม้าล่อสั้น ม้าล่อยาว ลีลาดีดแข้งหน้าที่แม่นยำ นี่คือลีลาเชิงชนที่ยังคลาสสิคของไก่ชนพม่าไม่เคยเสื่อมคลาย
2.สีสันตามแบบพม่า ได้แก่ สีสาขาว สาดำ สาเหลืองดอกหมาก สีกรดเหลือ กรดแดง กรดดู่ สีหมากเหลือง หมากแดง สีเหล่านี้คือสีหลักๆ ที่ยังโดดเด่นแสดงถึงเอกลักษณ์ทางสายพันธุ์ที่งดงาม
ส่วนสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากพม่าเลือดร้อยในอดีต เรื่องหลักๆ คือ
1.โครงสร้างทางร่างกาย จากโครงสร้างเล็กบอบบาง(เดิมทีไก่พม่าเลือดร้อยน้ำหนักช่วงหนุ่มๆ ประมาณ 1.5-2.5 กก.เท่านั้น) ปัจจุบันไก่พม่าเปลี่ยนแปลงไปสู่โครงสร้างที่หนาใหญ่แข็งแกร่งขึ้น (ไก่หนุ่มพัฒนาเลือดพม่าปัจจุบัน นน.2.5-3.0 กก.โดยประมาณ) ผิวหนังหนาและแดง  ซึ่งแสดงถึงการมีเลือดผสมของสายอื่นอยู่ภายในยีนส์อย่างชัดเจน
2.นิสัยความอดทนมีมากขึ้น ความเปรียวลดลง พฤติกรรมการนอนบนที่สูงหรือบินขึ้นสู่ที่สูงแบบไก่ป่าลดลง สามารถนำมาเลี้ยงให้เชื่องได้ง่ายขึ้น 
ดังนั้นเมื่อคิดจะเลี้ยงไก่พม่าเพื่อทำฟาร์มแบบสร้างอาชีพ สิ่งสำคัญที่นักเพาะเลี้ยงต้องคำนึงคือ การพัฒนาไก่พม่าให้มีลักษณะเด่นตามยุคตามสมัยนั้นเอง การเลี้ยงไก่พม่าแบบเลือดร้อในอดีตอาจไม่จำเป็นอีกต่อไปสำหรับทิศทางการพัฒนาไก่ชนพม่าในยุคนี้ เพราะไก่พม่าได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาอย่างหลากหลายเราสามารถเลือกหยิบมาต่อยอดพัฒนาได้ง่ายขึ้น  จนอาจกล่าวได้ว่าไก่พม่ายุคใหม่ก็คือไก่ชนไทยที่มีการพัฒนาสายเลือดมาจากไก่พม่านั่นเอง ซึ่งจะไม่ใช่ไก่พม่าเลือดร้อยดังเช่นในอดีต

วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563

จินตนาการสนามหญ้าเพื่อไก่

สนามหญ้าสำหรับเลี้ยงไก่เป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งการเลี้ยงแบบกึ่งขังกึ่งปล่อย แบบไก่ไข่อารมณ์ดี หรือ การเลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่เนื้อแบบไบโอ และไก่ชน สนามหญ้าเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะเป็นพื้นที่ให้ไก้ได้ใช้ชีวิตอิสระ พักผ่อนและหาอาหารตามธรรมชาติ ไก่จะไม่เครียด 
ถ้าเราสามารถจัดการคอกมีพื้นที่ขนาดใหญ่ เราสามารถสร้างโรงเรือนไว้กึ่งกลาง แล้วกั้นพื้นที่ทำสนามหญ้ารอบๆ โรงเรือนได้เลย โดยแบ่งเป็นโซนเพื่อปล่อยไก่ในช่วงเช้าและช่วงเย็น ที่เราให้อาหารไก่ หรือถ้ามีปล่อยได้ตลอดวันก็ได้ เพียงแต่หญ้าจะมีเวลาฟื้นตัวน้อย 1 แปลงปล่อย 1 สัปดาห์หมุนเวียนกันไป ดังนั้นการจินตนาการในการสร้างสนามหญ้าเพื่อไก่สวยงามหรือไก่อารมณ์ดี หรือไก่ชนที่เรารรัก เป็นสร้างที่เราต้องสร้างสรรค์ขึ้นมา ถ้าน้ำดี หญ้าดี สิ่งแวดล้อมดี ไก่เราโตดีแน่นอน
ส่วนสนามหญ้ากรุณาใช้หญ้าพันธุ์ที่โตช้า ทนแล้ง ทนโรค และชนะเลิศที่สุดคือ ต้องมีเมล็ดพืชตระกูลถั่วคละเคล้าอยู่ด้วยเพื่อเพิ่มปุ๋ยธรรมชาติให้กับดิน เช่นถั่วโคลเวอร์ เป็นพืชตระกูลถั่ว ที่มีความสามารถในการดึงเอาไนโตรเจนในอากาศมาตรึงไว้ที่ปมราก แล้วเมื่อถูกตัดใบ รากก็จะตายและคายเอาไนโตรเจนที่สะสมไว้กลายเป็นอาหารให้พืชที่ขึ้นอยู่ข้างๆ ซึ่งก็คือหญ้า เป็นวงจรอาหารที่ไม่ต้องพึ่งปุ๋ยเคมีเลย เดี๋ยวนี้จึงมีการตื่นตัวนำโคลเวอร์กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของเมล็ดหญ้าสนาม ส่วนพันธุ์หญ้าที่ใช้น้ำและอาหารมากๆ ก็ถูกแทนที่ด้วย หญ้าที่ต้องการน้ำน้อย โตช้า (เท่ากับไม่ต้องตัดบ่อย เพราะรู้ไหมว่าการตัดหญ้าด้วยเครื่องตัดหญ้าที่ใช้น้ำมันเป็นเวลา 1 ชั่วโมงนั้น ปล่อยควันพิษออกมาเท่ากับรถยนต์ถึง 11 คัน!) โคลเวอร์เป็นอาหารที่ดีมากของไก่ …
สนามหญ้าสนามหญ้า
สำหรับเมืองไทยเรา การสร้างสนามหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ควรมีการปลูกปลูกถั่วบราซิลช่วยบำรุงดิน แถมดอกสวย หญ้าเกล็ดหอยหรือใบต่างเหรียญที่เป็นพืชพื้นเมืองของเราไม่ต้องการแดดมาก ทนการเหยียบย่ำ ใบสวย มีดอกสีขาวเล็กๆ น่ารักด้วย พืชเหล่านี้เป็นต้นเตี้ยเรี่ยดินจึงแทบไม่ต้องคอยตัด ไม่ต้องการน้ำมากด้วยค่ะ
ถั่วบราซิลใบต่างเหรียญหญ้าเกล็ดหอย
 ข้อควรคำนึงคือ สนามหญ้าที่เราสร้างจะต้องเป็นสนามหญ้าที่ปลอดสารพิษ ดังนั้นพืชที่เหล่าหว่นลงสนามหญ้าทุกชนิดควรเป็นพืชที่เติบโตได้เองโดยธรรมชาติและเป็นพืชที่เกื้อกูลกันเองในการเติบโตโดยไม่พึงพาปุ๋ยและัสารเคมีมากเกินไป ไก่เราจะได้สุขภาพดีนั่นเอง

วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2563

ลักษณะแม่พันธุ์ไก่บ้านที่ดี (จากกรณีศึกษาการคัดไก่ชน)

ประสบการณ์ในการเลี้ยงไก่ของนักเลี้ยงไก่บ้านยาวนาน มีบทสรุปหนึ่งที่น่าสนใจและควรบันทึกไว้คือวิธีการคัดแม่พันธุ์ที่มีลักษณะดี ให้ลูกสวยงามและเลี้ยงลูกเก่ง ควรคัดเลือกจากลักษณะที่สำคัญดังนี้ (สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งการคัดแม่ไก่บ้านทั่วไปหรือสายไก่ชน)
1.แม่ไก่ต้องมีลักษณะขาไม่ยาว  ไก่ขายาวเสมือนเป็นไก่ต้องห้ามในการนำมาทำแม่ไก่เพราะแม่ไก่ขายาวมักจะมีพฤติกรรมไม่เหมาะเป็นแม่พันธุ์ (ส่วนมากนะไม่ทุกตัว) คือ ไข่ไม่ดก ฟักไม่เก่ง เลี้ยงลูกไม่เป็น(ชอบทิ้งลูกในเวลากลางคืน)
2.น้ำขนต้องดี  แม่ไก่ที่ดีน้ำขนต้องสมบูรณ์เพราะขนของแม่ไก่มีความสำคัญต่อการกกไข่และการกกลูกไก่ แม่ไก่ขนน้อยมักจะเลี้ยงลูกลอดน้อยเพราะลูกไก่ขาดความอบอุ่นในช่วงกลางคืน
3.นิสัยแม่ไก่ที่ดีต้องชอบฟักไข่ ชอบเลี้ยงลูก สังเกตตอนเช้าถ้าลูกหนาวจะนอนกกลูกให้ความอบอุ่นยังไม่พาลูกขุ้ยเขี่ยหาอาหาร  นิสัยการหาอาหารจะขุ้นเขี่ยและเรียกลูกกินอาหารก่อนเสมอโดยแม่ไก่จะไม่ยอมกินก่อน สังเกตเวลาหว่านข้าวลงพื้นแม่ไก่จะวิ่งนำหน้าพาลูกมา ถ้าลูกยังเล็กจะมีการหยุดรอให้ลูกวิ่งตาม ประเภทเห็นข้าววิ่งนำหน้าไม่สนใจลูกอันนั้นนิสัยเลี้ยงลูกไม่ค่อยดี
4.ลักษณะต้องตรงตามสายพันธุ์ เช่นสีขนลำตัว ขนสร้อย ขนปีดหู สีแข้ง สีปาก สีเล็บและสีตา ถ้าต้องการเลือดเข้มๆ ของสายใดให้สังเกตต้นเหล่าของสายพันธุ์ว่าลักษณะเหล่านี้เด่นอย่างไร อย่าดูตัวเดียวให้ดูหลายๆ ตัวในเหล่าแล้วคัดตัวแม่ที่มีลักษณะตรงเหล่าที่สุดมาเป็นสายพันธุ์
5.แม่ไก่ที่ดีควรไข่อย่างต่ำ 10 ฟองต่อการไข่ 1 ชุด บางแม่อาจไข่ถึง20 ฟองต่อชุด  ซึ่งในการฟักแต่ละครั้งควรให้แม่ไก่ฟักครั้งละ10-12 ฟองเหมาะสมที่สุด เพราะแม่ไก่จะสามารถให้ความอบอุ่นและพลิกไข่ได้สม่ำเสมอ โอกาสฟักออกก็ดี ในกรณีเลี้ยงการคัดไข่ฟัก ให้สังเกตส่วนมากไข่ใบเล็กและเหลมด้านหนึ่งจะเป็นไข่เพศเมีย ส่วนไข่ที่โตและรีกลมกลึงส่วนมากจะเป็นไข่เพศผู้

เข้าใจไก่ไข่ของคุณดีหรือยัง

ชุดพ่อพันธุ์ 2023

 ชุดพ่อพันธุ์พัฒนาในช่วงปี2023 บางส่วน